Untitled Document


การกำกับดูแลกิจการที่ดี 

* * อ้างอิงจากรายงานประจำปี 2555

คณะกรรมการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่าธรรมาภิบาลที่ดี จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ประสบความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน จึงได้กำหนดนโยบายให้การบริหารงานของบริษัทฯ มุ่งเน้นการมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ หลักของความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ สุจริต และความรับผิดชอบต่อทั้งผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียและสังคม

คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญต่อธรรมาภิบาล โดยมีการมอบหมายนโยบายต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการจัดการ พร้อมทั้งให้ฝ่ายบริหารปรับปรุงงานที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อมุ่งไปสู่มาตรฐานสากล รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ (Mission) คือ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างผลประกอบการที่ดีกว่าและเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

คณะกรรมการบริษัท เข้าใจบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้เกี่ยวข้องต่างๆ และมีเจตนามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี ตามแนวปฏิบัติที่ดีหรือระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ได้ทบทวนนโยบายธรรมาภิบาลและการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายเป็นระยะ เพื่อเสริมสร้างให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะส่งผลให้บริษัทฯ เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน และยังให้ความสำคัญของการบริการทุกระดับ รวมทั้งการคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมโดยมุ่งเน้นการออกแบบโครงการใหม่ทุกหน่วยเป็นบ้านหรืออาคารที่ประหยัดพลังงาน

บริษัทฯ มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเผยแพร่ให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานทุกระดับของบริษัทฯ ได้รับทราบและถือปฏิบัติอย่างทั่วถึง โดยนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ มีเนื้อหาครอบคลุมถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 5 หมวดตามแนวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายละเอียดดังต่อไปนี้

หมวดที่ 1: สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholders' Rights)

บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ให้สิทธิขั้นพื้นฐานต่อผู้ถือหุ้น อันได้แก่ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การรับซื้อหุ้นคืนโดยบริษัทฯ การได้รับเงินปันผล การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ เป็นต้น

บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท พึงเคารพสิทธิและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม ทุกราย อย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ และผู้ถือหุ้นประเภทสถาบัน ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะสิทธิตามกฎหมายเท่านั้น บริษัทฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่และดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น จัดการดูแลไม่ให้ทรัพย์สินใดๆ ของบริษัทฯ เสื่อมค่า สูญหาย หรือสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และไม่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกราย ทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น

กำหนดการจัดประชุมผู้ถือหุ้น

ในแต่ละปีบริษัทฯ จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 1 ครั้ง ภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีของบริษัทฯ โดยตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นรวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และรายชื่อบุคคลที่เสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ ล่วงหน้า ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านช่องทาง เว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) อย่างน้อย 3 เดือน ก่อนวันสิ้นรอบบัญชี โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้ผู้ถือหุ้นทราบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึง 14 มกราคม 2556

ทั้งนี้ในปี 2555 บริษัทฯ ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2555 ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 33 อาคารศุภาลัยแกรนด์ทาวเวอร์ เลขที่ 1011 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร และในระหว่างปีไม่มีการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น

การส่งหนังสือเชิญประชุม

บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาในวาระต่างๆ ที่มีรายละเอียดเพียงพอต่อการตัดสินใจพร้อมหนังสือมอบฉันทะและรายงานประจำปี ส่งให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม ประมาณ 30 วัน ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนสถาบัน มีเวลาในการเตรียมตัวศึกษารายละเอียดของแต่ละวาระ และเตรียมการมอบฉันทะ ในกรณีที่ไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง พร้อมทั้ง จัดเตรียมอากรแสตมป์ สำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะไว้บริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เพื่อต้องการลดภาระการจัดหาอากรแสตมป์ของผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุม เอกสารประกอบการพิจารณา หนังสือมอบฉันทะทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) ไม่น้อยกว่า 21 วัน เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งให้ผู้ถือหุ้นทราบซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับข้อมูลที่บริษัทฯ ได้ส่งให้ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเอกสาร และได้ลงโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกัน 3 วันก่อนวันประชุม 3 วัน

บริษัทฯ แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบในหนังสือเชิญประชุมด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงสิทธิ หลักเกณฑ์และขั้นตอนในการออกเสียงลงคะแนนของตนเองตามกฎหมาย โดยไม่มีการเพิ่มเรื่องประชุมใดไว้ในวาระอื่น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ปรากฏภายหลังส่งหนังสือเชิญประชุมแล้ว หรือ หากมีกรณีเร่งด่วนที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องหรือกระทบกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและจำเป็นต้องเสนอวาระเป็นกรณีพิเศษ บริษัทฯ จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทันที ซึ่งเลขานุการบริษัทจะรับผิดชอบดำเนินการบันทึกการประชุมให้ถูกต้องครบถ้วนทุกวาระการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นใช้ตรวจสอบ

สำหรับผู้ถือหุ้นที่จะเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการอาจจะเป็นผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของทุนชำระแล้ว และถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องถือหุ้นในวันที่เสนอชื่อกรรมการ โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะกำหนดหลักเกณฑ์และเป็นผู้คัดสรรรายชื่อบุคคลที่ผู้ถือหุ้นเสนอว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่

การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยหลักเกณฑ์การนำเสนอและพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการต่อผู้ถือหุ้น โดยบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เพื่อทำหน้าที่พิจารณารูปแบบและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ โดยพิจารณาจากกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน และการขยายตัวทางธุรกิจประกอบ รวมถึงบริษัทฯ ได้นำเสนอค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี ซึ่งการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการเป็นไปตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน มาตรา 90 กำหนดว่า "การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม" และบริษัทฯ ไม่มีการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้แก่กรรมการ เว้นแต่จะจ่ายเป็นค่าตอบแทนตามสิทธิและผลประโยชน์ตอบแทนโดยปกติวิสัย ในฐานะที่เป็นกรรมการของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งคำถามล่วงหน้ามายังบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึง 14 มกราคม 2556 และเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นที่จะได้รับทราบถึงสิทธิของตน รวมถึงได้นำหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และข้อมูลประกอบการประชุม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แจ้งผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ล่วงหน้า เพื่อผู้ถือหุ้นจะได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุม และในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ และผู้บริหารที่ดูแลงานทางด้านการเงิน - บัญชี เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงเพื่อตอบข้อซักถาม

การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น

ในวันประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะที่เข้าร่วมประชุมเป็นการล่วงหน้ากว่า 2 ชั่วโมงก่อนการประชุมและต่อเนื่องจนการประชุมแล้วเสร็จ อีกทั้งยังมีการใช้ระบบจัดประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) ในการลงทะเบียนผู้ถือหุ้น (e-Registration) และโปรแกรมการนับคะแนน และแสดงผล (e-Voting) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมข้อมูลผู้เข้าร่วมประชุม การลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม การจัดพิมพ์ใบลงคะแนน การประมวลผลการลงคะแนนตามรายวาระ และการรายงานสรุปผลการประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วในการประชุมผู้ถือหุ้น และจัดให้มีการเลี้ยงรับรองสำหรับผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุม

โดยก่อนเริ่มการประชุมประธานที่ประชุมจะชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนน และการนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่จะต้องลงมติในแต่ละวาระตามข้อบังคับของบริษัทฯ รวมถึงการกำหนดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่เห็นสมควร และการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระอย่างชัดเจน

คำชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนนเสียง และการนับคะแนนเสียง มีดังนี้

  1. การออกเสียงลงคะแนนให้นับหุ้นหนึ่งหุ้นเป็นหนึ่งเสียง และให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นมติ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานมีเสียงชี้ขาดอีกเสียงหนึ่งต่างหาก จากในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น
  2. ผู้ถือหุ้นคนใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในข้อประชุมข้อใด ห้ามมิให้ออกเสียงในข้อนั้น และประธานอาจจะเชิญให้ออกนอกที่ประชุมชั่วคราวก็ได้ แต่การออกเสียงเลือกตั้งกรรมการหรือถอดถอนกรรมการให้ออกเสียงลงคะแนนได้โดยไม่มีข้อห้าม
  3. ผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเอง สามารถออกเสียงคะแนนในบัตรลงคะแนนเสียงที่ได้รับแจกขณะลงทะเบียน กรณีผู้รับมอบฉันทะ ให้ออกเสียงลงคะแนนในบัตรลงคะแนนเสียงตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นที่ระบุไว้ในหนังสือมอบฉันทะ และส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปบันทึกรวมกับคะแนนเสียงที่ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะล่วงหน้าให้แก่กรรมการอิสระที่บริษัทฯ เสนอชื่อ
  4. ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ โดยผลคะแนนเสียงที่นับได้จะเป็นคะแนนเสียงที่รวมคะแนนเสียงตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะแล้ว โดยในแต่ละวาระจะใช้จำนวนหุ้นของผู้เข้าประชุมล่าสุด
  5. สำหรับวาระการเลือกตั้งกรรมการจะลงมติเป็นรายบุคคล โดยบริษัทฯ เสนอชื่อกรรมการให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเป็นรายบุคคล และเพื่อให้การลงคะแนนเสียงในวาระเลือกตั้งกรรมการมีความโปร่งใสในการนับคะแนน จึงกำหนดให้ผู้ถือหุ้นทุกท่าน ทั้งที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง ลงคะแนนเสียงในบัตรลงคะแนนเสียง และเจ้าหน้าที่จะเก็บบัตรลงคะแนนเสียงเมื่อลงคะแนนเสียงให้กรรมการครบทุกคนแล้ว

    บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมซักถามปัญหาและข้อสงสัยต่างๆ หรือเสนอความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และให้เวลาการอภิปรายอย่างเพียงพอเหมาะสม โดยจะบันทึกประเด็นคำถามคำตอบไว้ในรายงานการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าประชุมได้รับทราบ ซึ่งประธานที่ประชุมจะดำเนินการประชุมตามวาระการประชุม รวมทั้งไม่เพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า

    ในปี 2555 บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2555 ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 33 อาคารศุภาลัยแกรนด์ทาวน์เวอร์ เลขที่ 1011 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ในวันประชุม ประธานกรรมการได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยมีคณะกรรมการ และผู้บริหารที่ดูแลงานทางด้านการเงิน - บัญชี เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 11 ท่าน โดยเข้าประชุมพร้อมเพรียงกัน ดังนี้


1. นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการ
2. นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม กรรมการ
3. นายอธิป พีชานนท์ กรรมการ
4. นายประกิต ประทีปะเสน กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
5. นายประสพ สนองชาติ กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
6. ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
7. นายอนันต์ เกตุพิทยา กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
8. ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน กรรมการอิสระ
9. ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการ
10. นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร
11. นางวารุณี ลภิธนานุวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานการเงิน - บัญชีและเลขานุการบริษัท

ที่ปรึกษากรรมการที่ลาการประชุม

นายทวี หนุนภักดี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เชิญผู้สอบบัญชีจาก บริษัท สำนักงานเอินส์ทแอนด์ ยัง จำกัด เข้าร่วมประชุม ตั้งแต่เริ่มการประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็น เตรียมตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในวันประชุม ดังนี้

1. นายกิตติพันธ์ เกรียติสมภาพ ผู้สอบบัญชี บริษัทสำนักงานเอินส์ทแอนด์ ยัง จำกัด
2. นางสาวชัชฎา เกษมสมใจ ผู้สอบบัญชี บริษัทสำนักงานเอินส์ทแอนด์ ยัง จำกัด

ในการประชุม ประธานที่ประชุมได้ชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนน และการนับคะแนนเสียง รวมถึงการกำหนดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระก่อนเริ่มประชุม พร้อมทั้งขอความเห็นที่ประชุมในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมประชุมภายหลังมีสิทธิเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมและมีสิทธิลงคะแนนได้ นับแต่วาระที่ได้เข้าประชุมเป็นต้นไป ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ในการดำเนินการประชุมประธานที่ประชุมได้นำเสนอเรื่องต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา ตามลำดับวาระการประชุม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ซักถามในแต่ละวาระ ส่วนเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากวาระได้เปิดโอกาสให้ซักถามในช่วงท้าย ซึ่งผู้ถือหุ้นมีสิทธิเท่าเทียมกันและมีเวลาอย่างเพียงพอเหมาะสม

การประชุมผู้ถือหุ้น

ในปี 2555 บริษัทฯ จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 27 เมษายน 2555 โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุม 10 ท่าน (กรรมการทั้งหมดมี 10 ท่าน) และมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 739 ราย รวมนับจำนวนหุ้น ได้ทั้งสิ้น 1,101,464,529 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 64.17 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ (หุ้นสามัญที่เรียกชำระแล้วของบริษัทฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 1,716,553,249 หุ้น) ประกอบไปด้วย ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองรวม 156 ราย นับจำนวนหุ้นได้ทั้งสิ้น 531,733,754 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 30.98 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ และโดยการมอบฉันทะรวม 583 ราย นับจำนวนหุ้นได้ทั้งสิ้น 569,730,766 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 33.19 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ครบเป็นองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน คือ มีผู้ถือหุ้นมาประชุมด้วยตนเอง หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 25 คน และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด และเพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างโปร่งใส และสอดคล้องกับแนวทางที่ดีในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ได้ขออาสาสมัครตัวแทนจากผู้ถือหุ้นรายย่อย คือ นางมาลิณี อนุวัตเมธี และนายเมธา วนดิว เข้าร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนที่จุดนับคะแนน โดยในแต่ละวาระของการประชุม บริษัทฯ จัดให้มีการลงคะแนนเสียง และบันทึกมติของที่ประชุมไว้อย่างชัดเจนว่า เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียงเป็นจำนวนเท่าใด

การเปิดเผยผลการประชุม

บริษัทฯ จัดส่งรายงานสรุปผลการลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 1 วัน หลังเสร็จสิ้นการประชุม และจัดส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งมีการจดบันทึกการประชุม การออกเสียงในแต่ละวาระพร้อมคำถามหรือข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้อย่างครบถ้วน ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ รวมทั้งบริษัทฯ ได้บันทึกภาพการประชุมเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้บริการเผยแพร่แก่ผู้ถือหุ้นที่สนใจ

หมวดที่ 2: การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (Equitable Treatment of Shareholders)

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น เพื่อเน้นความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก โดยปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้นและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิตามพื้นฐานกฎหมายที่กำหนด มีการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนเท่าเทียมกัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นวางใจและมีความมั่นใจในการลงทุน และให้สิทธิประโยชน์และแบ่งปันผลกำไรอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความเชื่อ ฐานะทางสังคม ความพิการ หรือความคิดเห็นทางการเมือง และแม้ผู้ถือหุ้นจะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยเหตุไม่สะดวกประการใด ผู้ถือหุ้นย่อมมีสิทธิมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ

การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ บริษัทฯ ได้จัดทำเอกสารต่างๆ เป็น 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ถือหุ้นชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิเช่น หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น หนังสือมอบฉันทะ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น รายงานประจำปี เป็นต้น และจัดทำเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เป็น 2 ภาษา เพื่อให้บริการเผยแพร่แก่ผู้ถือหุ้นที่สนใจ

ทั้งนี้บริษัทฯ จัดส่งหนังสือเชิญประชุม พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาในวาระต่างๆ แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม ไม่น้อยกว่า 21 วัน และนำรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุม กำหนดการประชุม วาระการประชุม เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) ล่วงหน้ามากกว่า 30 วันก่อนวันประชุม

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาไปสู่ระดับมาตรฐานสากล จึงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ จึงกำหนดจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง พร้อมทั้งมีนโยบายให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการปฏิบัติงาน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ได้แก่ การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินและชื่อเสียงของบริษัทฯ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวของพนักงาน หรือผู้ใกล้ชิดกับผลประโยชน์โดยรวมของบริษัทฯ โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ต้องหลีกเลี่ยงการมีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ ที่จะมีผลเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ หรือทำให้ยากต่อการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง เช่น การลงทุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในโอกาสทางธุรกิจใดๆ ที่บริษัทฯ มีความสนใจ และการรู้ถึงข้อมูลนั้น สืบเนื่องจากการทำงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงาน หรือการแสวงหาผลประโยชน์ในองค์กรที่ทำธุรกิจ หรือเป็นคู่แข่งกับบริษัทฯ หรือการทำธุรกิจในนามของบริษัทฯ กับผู้ที่เป็นสมาชิกครอบครัวของตน หรือกับองค์กรธุรกิจที่ตนหรือสมาชิกครอบครัวของตนมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่อย่างสำคัญ หรือทำงานเป็นพนักงาน เป็นกรรมการ เป็นหุ้นส่วน หรือเป็นที่ปรึกษาขององค์กรที่ทำธุรกิจ หรือแสวงหาการทำธุรกิจกับบริษัทฯ หรือทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทฯ หรือทำธุรกิจที่ให้บริการกับคู่แข่งขันสำคัญของบริษัทฯ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานที่ทำเอง หรือโดยผู้อื่นว่าจ้าง จนทำให้มีผลเสียไม่ว่ากรณีใดๆ กับการทำงานให้บริษัทฯ รวมถึงมีนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียในวาระใด ห้ามมิให้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการในวาระนั้นๆ

ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องเปิดเผย เมื่อเกิดสถานการณ์ ที่ทำให้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ถ้าพนักงานสงสัยว่าจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือมีบางอย่างที่อาจทำให้ผู้อื่นคิดว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ต้องรายงานให้คณะกรรมการทราบทันที รวมทั้งต้องเปิดเผยโอกาสทางธุรกิจจากการใช้ทรัพย์สิน หรือข้อมูลของบริษัทฯ ก่อนที่จะใช้โอกาสนั้นเพื่อการใด อันเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง โดยต้องไม่ใช้ทรัพย์สิน หรือข้อมูล หรือตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทฯ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยบริษัทฯ ไม่มีรายการที่เป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทย่อย หรือไม่เคยเกิดกรณีที่กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัทฯ มีการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน หรือ ไม่เคยฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การทำรายการระหว่างกัน และหลักเกณฑ์การซื้อขายสินทรัพย์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ

การใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการใช้ข้อมูลภายใน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ต้องไม่นำข้อมูลภายในของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจ ไปซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือบุคคลอื่น และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งกรรมการ และผู้บริหาร มีหน้าที่

  • รายงานการถือครอง และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะเผยแพร่งบการเงินต่อสาธารณชน
  • รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ ในวันเดียวกับวันที่รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • เมื่อได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ จะต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน และห้ามเปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น

บริษัทฯ ถือว่าข้อมูลภายใน ข้อมูลทางธุรกิจทั้งหมด เป็นข้อมูลสำคัญในการดำเนินการ บริหารกิจการ อันเป็นข้อมูลลับของบริษัทฯ ที่ยังไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ หากเปิดเผยแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม และบุคลากรของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น บุคลากรของบริษัทฯ จึงต้องรักษาข้อมูลภายในไว้เป็นความลับ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้เปิดเผย หรือเมื่อกฎหมายบังคับให้เปิดเผย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ

รายการเกี่ยวโยง

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยรายการเกี่ยวโยง โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน ซึ่งบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทุกประการ เมื่อมีการทำรายการเกี่ยวโยงกันที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการค้าปกติ ต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติทำรายการ โดยกำหนดขั้นตอนเกี่ยวกับการทำรายการระหว่างกัน หรือรายการเกี่ยวโยงกัน ดังนี้

  1. การพิจารณาการทำรายการเกี่ยวโยง บริษัทฯ จะใช้เกณฑ์เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป และเป็นไปตามกระบวนการให้สินเชื่อปกติของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการ ซึ่งต้องเป็นธรรมและสมเหตุสมผลและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทฯ เช่น ในกรณีที่กลุ่มบริษัทมีรายการขอสินเชื่อให้คิดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกับที่คิดกับบุคคลภายนอก
  2. การประเมินมูลค่ารายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการตามมูลค่ารวมของสิ่งตอบแทนที่ชำระให้หรือได้รับชำระ หรือมูลค่าตามบัญชี หรือมูลค่าตามราคาตลาดของสินทรัพย์หรือบริการนั้น แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
  3. หากมีรายการระหว่างกันของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อยเกิดขึ้นกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีส่วนได้ส่วนเสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคต บริษัทฯ จะให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและความเหมาะสมของรายการนั้น ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่มีความชำนาญในการพิจารณารายการระหว่างกันที่อาจเกิดขึ้น บริษัทฯ จะให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระ หรือผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ เป็นผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายการระหว่างกันดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้นตามแต่กรณี
  4. หากบริษัทฯ มีรายการระหว่างกันหรือรายการที่เกี่ยวโยงกันอื่นๆ ที่เข้าข่ายตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
  5. บริษัทฯ ต้องเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการระหว่างกัน ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด โดยเปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี และรายงานประจำปี หรือแบบรายงานอื่นใด ตามแต่กรณี และมีการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนรายการระหว่างกันไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ต้องหลีกเลี่ยงการมีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ ที่จะมีผลเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ หรือทำให้ยากต่อการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่จะต้องยึดถือประโยชน์ของบริษัทฯ ภายใต้ความถูกต้องตามกฏหมายและจริยธรรม ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) อย่างครบถ้วน นอกจากนี้บริษัทฯ ห้ามไม่ให้ผู้บริหารและพนักงานประกอบธุรกิจหรือมีส่วนร่วมในธุรกิจที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของกลุ่มบริษัทไม่ว่ากรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานดังกล่าวจะได้รับผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม โดยได้ระบุไว้ในคู่มือจรรยาบรรณของบริษัทอย่างชัดเจน แต่หากจะมีการทำรายการที่เกี่ยวข้องกันหรือรายการที่มีความขัดแย้งของผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายในการพิจารณาและอนุมัติรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของรายการ มูลค่ารายการ เหตุผลและความจำเป็นไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีและรายงานประจำปี ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาดูแลให้รายการระหว่างกันเป็นไปอย่างยุติธรรม สมเหตุสมผล และมีนโยบายการกำหนดราคาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ

การเสนอวาระการประชุม การเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ

บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอวาระการประชุม การเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลบริษัทฯ และการคัดสรรกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

สำหรับการประชุมปี 2556 บริษัทฯ ได้นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) และแจ้งข่าวประกาศในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึง 14 มกราคม 2556 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ เสนอวาระการประชุม และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุม ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลสมัครเป็นกรรมการ และไม่มีคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ ในระยะเวลาดังกล่าว

การใช้สิทธิออกเสียง

บริษัทฯ ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันในการออกเสียงลงคะแนน โดยกำหนดให้นับหุ้นหนึ่งหุ้นเป็นหนึ่งเสียง และให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

การมอบฉันทะ

เพื่อรักษาสิทธิให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าประชุมด้วยตนเอง ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่นหรือกรรมการอิสระรายใดรายหนึ่งตามที่บริษัทฯ ได้เสนอชื่อไว้ซึ่งมีรายละเอียดของกรรมการบริษัทฯ เสนอชื่อให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัดส่งหนังสือมอบฉันทะ ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดไว้ ซึ่งเป็นแบบที่กำหนดรายการต่างๆ ที่จะมอบฉันทะที่ละเอียดและชัดเจนไปยังผู้ถือหุ้น โดยบริษัทฯ จะให้สิทธิและปฏิบัติต่อผู้รับมอบฉันทะเสมือนเป็นผู้ถือหุ้นท่านหนึ่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดส่งหนังสือมอบฉันทะพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม ไม่น้อยกว่า 21 วัน และเปิดเผยแบบหนังสือมอบฉันทะทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) ก่อนวันประชุมมากกว่า 30 วัน

หมวดที่ 3: บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (Roles of Stakeholders)

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอก ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า คู่แข่ง หน่วยงานราชการ รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ได้กำหนดจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (Code of Conduct) เพื่อเป็นกรอบความประพฤติด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงหลักความเป็นธรรม หลักสิทธิมนุษยชน หลักการเคารพกฎหมาย การเคารพทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสำคัญ และในปี 2555 บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม นโยบายการปฏิบัติต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นไว้อย่างชัดเจน โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัทฯ ซึ่งกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน และเผยแพร่นโยบายต่างๆ ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ หรือร้องเรียนในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของบริษัทฯ โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เช่นกัน

หลักสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน บริษัทฯ ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนเป็นหลักปฏิบัติร่วมกัน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ไม่กระทำการใดๆ และไม่ส่งเสริมให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งบริษัทฯ จะไม่ข้องเกี่ยวกับหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลใดที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณี รวมถึงบริษัทฯ ได้ให้ความรู้ความเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชนแก่พนักงาน เพื่อนำไปปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงาน และไม่สนับสนุนกิจการที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน และพนักงานทุกคน จะไม่กระทำการใดๆ ที่มีลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าต่อพนักงานของบริษัทฯ หรือบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อธุรกิจ ทั้งนี้ รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ การเกี้ยวพาราสี การลวนลาม การอนาจาร และการมีไว้ซึ่งภาพลามก อนาจาร ทั้งวาจา และการสัมผัส

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนโดยรอบ รวมทั้งใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง มีเจตนารมณ์ที่จะทำงานร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมุ่งสร้างและสืบสานความสัมพันธ์อันดีที่เกิดจากการยอมรับและไว้วางใจซึ่งกันและกัน คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะมีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชน ลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานภาครัฐตลอดจนถึงสังคมและประเทศชาติ พร้อมทั้งสร้างทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กรเพื่อให้พนักงานมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่อยู่ร่วมกัน

ด้านสิทธิมนุษยชนพื้นฐานนั้น บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพด้วยการไม่เลือกปฏิบัติ ส่งเสริมความเสมอภาคแก่ผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ รวมทั้งส่งเสริมความเสมอภาคในโอกาสระหว่างหญิงชาย ไม่แบ่งแยกเพศและชนชั้น ไม่ใช้แรงงานเด็ก บริษัทฯ มีการกำกับดูแลให้ค่าจ้างอยู่ในระดับที่เหมาะสมเทียบเคียงกับบริษัทอื่นที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และการจัดระเบียบองค์กรเพื่อดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบแห่งกฎหมายไทย รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความปลอดภัยสำหรับพนักงาน

บริษัทฯ ใส่ใจและปฏิบัติต่อพนักงานทุกคน ทุกระดับตั้งแต่แม่บ้านจนถึงผู้บริหารระดับสูงอย่างให้เกียรติ เป็นธรรมและเสมอภาคกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในด้านผลตอบแทนและสวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และยึดหลักเมตตาธรรมในการที่จะดูแลพนักงานและครอบครัวในยามฉุกเฉินและจำเป็น อีกทั้งยังให้โอกาสพนักงานที่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปพร้อมกับการเจริญเติบโตของบริษัทฯ โดยให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) โดยให้พนักงานมีการเพิ่มพูน ทักษะ ความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานที่จะตอบสนองการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในรูปแบบของการให้ทุนการศึกษา การดูงานทั้งในและต่างประเทศ การมีห้องสมุดและ Intranet ที่ให้พนักงานสามารถค้นคว้าพัฒนาตนเองได้ การมีกล่องรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารข้อมูลจากล่างขึ้นบน (Upward) จากพนักงานทุกระดับ ไปยังผู้บริหารระดับสูง โดยผู้บริหารระดับสูงจะตอบคำถามทุกข้อ ผ่านทางอีเมล์ให้พนักงานทราบทุกคน กิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการไปมีดังนี้

  • การออกแบบอาคารต่างๆ โดยคำนึงถึงความสะดวกของคนพิการต่างๆ เช่น มีทางลาดสำหรับคนพิการ ห้องน้ำสำหรับคนพิการ เป็นต้น
  • สนับสนุนให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตอิสระ มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป และมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ โดยเปิดโอกาสให้คนพิการทำงานกับบริษัทฯ ปัจจุบันบริษัทฯ มีคนพิการทำงานจำนวน 5 คน จากจำนวนพนักงานประมาณ 592 คน
  • การเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคล การให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายต่างก็ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยบริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่มีความสามารถเท่าเทียมกับผู้ชายเป็นผู้บริหารได้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีคณะกรรมการจัดการที่เป็นผู้บริหารทั้งหมดจำนวน 9 ท่าน เป็นผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงจำนวน 3 ท่าน
  • อนุญาตให้พนักงานลาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เช่น อุปสมบท ประกอบพิธีฮัจญ์ที่เมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย เป็นต้น
  • คำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยดูแลขั้นตอน วิธีการในการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามขั้นตอน ส่งผลให้พนักงานได้รับอุบัติเหตุจากการทำงานน้อยมาก อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุ บริษัทฯ จึงได้ทำประกันอุบัติเหตุให้กับพนักงานทุกคน
  • บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนให้พนักงานมีความรักและมีความผูกพันกับองค์กรด้วยการยึดนโยบาย "Promote from Within" & "Recognize" พนักงานที่อยู่ปฏิบัติงานมานาน โดยมีการประกาศเกียรติคุณและให้รางวัลพนักงานอายุงาน 5 ปี 10 ปี และ 20 ปี นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้พนักงานเป็นคนดี มีจริยธรรม คุณธรรม เพื่อให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพในสังคม โดยการส่งเสริมให้มีการประกอบกิจทางศาสนาที่แต่ละคนมีความเลื่อมใสและศรัทธา เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมเจริญสติสมาธิ การไปทัศนศึกษาดินแดนพุทธภูมิ สังเวชนียสถาน 4 แห่งที่อินเดีย เป็นต้น รวมถึงการสนับสนุนพนักงานที่มีศักยภาพที่ดีด้วยการมีโครงการ "พนักงานดีเด่นประจำปี" โครงการ "รางวัลแห่งการบริการ" เพื่อส่งเสริมพนักงานให้มีใจในการให้บริการ และเพื่อหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมที่มุ่งสู่การบริการที่เป็นเลิศและโครงการ "รางวัลความคิดสร้างสรรค์ดีเด่น" เพื่อสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม
  • บริษัทฯ จัดให้มีหน่วยงานรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าในโครงการจัดสรร ในเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ความสวยงาม และการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าผู้อยู่อาศัย และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นว่า การอยู่อาศัยในสังคมที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ย่อมส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในสังคมนั้นๆ จึงให้ความสำคัญต่อการสร้างสรรค์สังคมชาวศุภาลัยให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ น่าอยู่ มีความอบอุ่น มีความปลอดภัย โดยมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัวให้แข็งแกร่งก่อนเพื่อการพัฒนาปลูกฝังให้ทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีต่อครอบครัวในอันที่จะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อสังคมโดยรวม จึงจัดกิจกรรมที่ปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีแด่บุพการีหรือกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมเจริญสติ-สมาธิ กิจกรรมปีใหม่ที่ส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว เป็นต้น และศุภาลัยมิได้ดูแลแค่เพียงชาวศุภาลัยเท่านั้น แต่ยังให้ความเอาใจใส่ต่อผู้อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ข้างเคียงนับแต่เริ่มพัฒนาโครงการ โดยกำหนดให้มีการตรวจตราความเรียบร้อย ความปลอดภัย เพื่อป้องกันผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากงานก่อสร้างกับผู้อยู่อาศัยข้างเคียงด้วย และสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการดูแลชาวศุภาลัย คือ การมีช่องทางการติดต่อสื่อสารที่หลากหลาย อันจะนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเป็นสำคัญ ช่องทางสื่อสารที่สามารถบอกเล่าความสุข หรือมีเรื่องที่จะบอกให้ศุภาลัยได้รับรู้ หรือส่งต่อความคิดเห็นผ่านเจ้าหน้าที่บริหารชุมชนประจำโครงการ, เจ้าหน้าที่บริหารชุมชนที่สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 02 725 8888 ต่อ 553, 557, Smart Center โทรศัพท์ 02 725 8899, 1720, www.supalai.com, กล่องรับความคิดเห็นประจำโครงการและโครงการ "ระฆังแก้ว"
  • โครงการของบริษัทฯ ที่จะต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แม้มิได้บังคับรูปแบบกระบวนการในขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อโครงการของบริษัทฯ แต่บริษัทฯ เลือกที่จะใช้วิธีจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่ในบริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของบริษัทฯ โดยเริ่มจากการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากบ้านทุกหลังในบริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบแล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจต่อประเด็นข้อห่วงกังวลต่างๆ พร้อมทั้งหามาตรการบรรเทาผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและนำไปแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทราบเพื่อการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการประชุมทุกครั้งบริษัทได้เปิดให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมทุกท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้เอย่างเต็มที่โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรการบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่บริษัทฯ จัดทำขึ้นจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในเบื้องต้น หากไม่เป็นที่พอใจก็จะรับข้อมูลมาเพื่อแก้ไข ปรับเปลี่ยนเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน และหากยังมีชุมชนหรือกลุ่มประชาชนที่ยังมีข้อสงสัยหรือคิดว่ามาตรการบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อมยังไม่เพียงพอ บริษัทฯ ก็มิได้เพิกเฉย แต่จะทำการประชุมกลุ่มเฉพาะ (Focus Group) เพื่อรับฟังข้อห่วงกังวลเฉพาะของแต่ละชุมชนหรือเฉพาะกลุ่มนั้นๆ เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบที่แต่ละชุมชนหรือกลุ่มกังวลให้เหมาะสมและเป็นที่พอใจต่อไป

หลักการเคารพกฎหมาย

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมาย และการนำกฎหมายไปปฏิบัติงานควบคู่กับคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในและภายนอกองค์กร จะเล็งเห็นได้จากการที่บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายคุณภาพ ที่เน้นพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระบบของการวางผัง ออกแบบ ก่อสร้าง ขาย และบริหารชุมชน ให้ตรงตามข้อกำหนดของกฎหมาย มาตรฐานทางวิชาชีพ และข้อตกลงที่เป็นเอกสารกับลูกค้า นโยบายคุณภาพดังกล่าวถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมในองค์กร สร้างทัศนะคติให้แก่พนักงาน ผู้บริหาร ให้เคารพในกฎหมาย และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา บริษัทฯ มีนโยบายในการการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งให้ฝ่ายนิติกรรมมีหน้าที่รวบรวมและควบคุมทะเบียนบัญชีรายชื่อกฎหมายของทั้งบริษัทฯ ให้เป็นปัจจุบัน โดยติดตามความคืบหน้า การพิจารณา และการยกร่างกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงการปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ยืนยันความเป็นปัจจุบันของบัญชีรายชื่อกฎหมาย พร้อมทั้งยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมายกับทุกหน่วยงาน ปีละ 1 ครั้ง (ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี) โดยทั่วไป ฝ่ายนิติกรรมจะมีการรายงานผลต่อประธานกรรมการบริหาร และ/หรือคณะกรรมการบริษัทแล้วแต่กรณี จากนั้นแจ้งไปยังคณะกรรมการจัดการ คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงาน พร้อมกันนี้ประธานกรรมการบริหารยังกำหนดให้ฝ่ายตรวจสอบภายใน มีหน้าที่ติดตามผลด้วย

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการอบรมให้ความรู้กับพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกครั้ง เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายใหม่ หรือมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกกฎหมาย หรือข้อบังคับต่างๆ รวมถึงการให้ความรู้กับพนักงานใหม่ เช่น การอบรมสัมมนาต่างๆ ของฝ่ายนิติกรรม การเสนอความเห็นการปรับปรุงกฏระเบียบต่างๆ ที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมในแต่และช่วงเวลาผ่านองค์กรรัฐฯ และองค์กรอิสระ เช่น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น

บริษัทฯ ตระหนักดีว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ทุจริต หรือกระทำสิ่งผิดกฎหมาย หรืออาศัยช่องว่างของกฎหมายในการดำเนินงาน

ปัจจุบันบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้ นโยบาย "ศุภาลัย ใส่ใจ...สร้างสรรค์สังคมไทย" แม้การดำเนินธุรกิจต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายแล้ว ยังต้องคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรม ประกอบด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นธรรม การเคารพผลประโยชน์ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการใช้นโยบายของบริษัทฯ มาวางแผนในระดับปฏิบัติการ อาทิเช่น

  • บริษัทฯ มีแบบมาตรฐานของสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่ไว้ใช้สำหรับกรณีที่บริษัทฯ จะซื้อที่ดินมาพัฒนาเป็นโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนด โดยทั่วไปในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน จะใช้ภาษากฎหมาย บางครั้งคู่สัญญาอาจไม่เข้าใจ เพราะเป็นชาวบ้าน อาศัยอยู่ต่างจังหวัด กรณีเช่นนี้ บริษัทฯ จึงได้ปรับแบบสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินให้เป็นภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย และมีการอธิบายก่อนลงนามในสัญญา แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ และการไม่เอาเปรียบคู่สัญญา
  • กรณีที่ลูกค้าเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินหรือสินค้าอื่นๆ กับบริษัทฯ ซึ่งลูกค้าได้ผ่อนดาวน์มาแล้วเป็นจำนวนหนึ่ง ต่อมาลูกค้าทำหนังสือแจ้งถึงบริษัทฯ ว่า มีความเดือดร้อนด้วยเหตุต่างๆจึงขอให้บริษัทฯ คืนเงินดาวน์ดังกล่าว เมื่อผู้บริหารของบริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วมีความประสงค์ให้คืนเงินเท่ากับจำนวนที่ลูกค้ายื่นร้องขอ โดยยึดหลักมนุษยธรรม เพื่อความเป็นธรรมแก่ลูกค้า ซึ่งโดยปกติการขอเงินดาวน์คืนนี้ หากมิใช่เป็นความผิดของบริษัทฯ ตามกฎหมายแล้ว บริษัทฯ มีสิทธิไม่คืนเงินดังกล่าวได้
  • กรณีเจ้าของที่ดินข้างเคียงชี้แนวเขตล้ำเข้ามาในที่ดินของบริษัทฯ แม้หลักฐานจากต้นร่างรังวัดเดิมยืนยันได้ว่า แนวเขตดังกล่าวเป็นแนวเขตที่ดินของบริษัท แต่เจ้าของที่ดินข้างเคียงก็ยังคงยืนยันในแนวเขตที่ตนนำชี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและยุติความขัดแย้ง บริษัทฯ ใช้หลักให้คำนึงถึงว่า ในอนาคตโครงการและเจ้าของที่ดินข้างเคียงนั้นต้องเป็นเพื่อนบ้านกัน ดังนั้นจึงควรรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้ บริษัทฯ จึงตัดสินใจยุติโดยการยอมกันแนวเขตที่มีปัญหาออกจากที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการ แม้จะทำให้บริษัทฯ สูญเสียโอกาสการลงทุนก็ตาม
  • กรณีบริษัทฯ ช่วยก่อสร้างอาคารสำนักงานนิติบุคคลสำหรับหมู่บ้านจัดสรร เพื่อมอบให้แก่ลูกบ้านในโครงการ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว หากบริษัทฯ จัดพื้นที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคลที่มีเนื้อที่ 20 ตารางวา ไม่ต้องก่อสร้างอาคาร แต่เพราะบริษัทฯ เข้าใจถึงความจำเป็นที่ลูกบ้าน แม้จะจัดพื้นที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคลที่มีเนื้อที่ 20 ตารางวา แล้วบริษัทฯ ยังมีนโยบายจะก่อสร้างอาคารสำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้าน เพื่อมอบให้แก่ลูกบ้านในโครงการไว้สำหรับดำเนินการต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างคุณค่า มูลค่า และสนับสนุนการบริหารจัดการในหมู่บ้าน

ตลอดระยะเวลา 23 ปีของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจ จึงเป็นที่ประจักษ์ได้ว่า บริษัทฯ มิได้มุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์สูงสุดขององค์กรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่บริษัทฯ ยังมีการบริหารจัดการที่ยึดหลักนิติธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงให้ความสำคัญและแสดงความรับผิดชอบต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขัน สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยยึดหลักการประนีประนอม และหลักรัฐศาสตร์ควบคู่ไปกับกฎหมาย ดังจะเห็นได้จากรางวัลเกียรติคุณที่ได้รับจากหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น

  • ปี พ.ศ.2546 บริษัทฯ ได้รับประกาศเกียรติคุณ "ผู้ประกอบธุรกิจที่รักษาสิทธิผู้บริโภคด้านโฆษณา : โฆษณาสินค้าและบริการที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค" จากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี
  • ปี พ.ศ.2551 บริษัทฯ ได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณ "ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดี" ประจำปี 2550-2551 ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ในโครงการคัดเลือกผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดี
  • ปี พ.ศ.2553 บริษัทฯ ได้รับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ "ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดี" ประจำปี พ.ศ.2552-2553 ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ติดดาว สคบ. ซึ่งบริษัทฯได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2

การเคารพทรัพย์สินทางปัญญา

บริษัทฯ ยึดถือการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ปฏิบัติตามโยบายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน ซึ่งพนักงานที่อยู่ในระหว่างการว่าจ้างโดยบริษัทฯ ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการขั้นตอนปฏิบัติ การค้นพบและพัฒนา การปรับปรุง หรือการประดิษฐ์คิดค้นที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กระบวนการ ขั้นตอนปฏิบัติ หรือสิ่งของที่ทำขึ้น ใช้ ขาย หรือพัฒนาโดยพนักงานซึ่งเกี่ยวข้องกับงานของบริษัทฯ หรือแตกแขนงออกไปจากงานของบริษัทฯ ให้ถือว่าผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการขั้นตอนปฏิบัตินั้น ตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ และพนักงานทุกคน มีหน้าที่รักษาความลับทางการค้า อันได้แก่ ข้อมูลทางธุรกิจ และข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งพนักงานต้องปกป้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ โดยภาระหน้าที่ในการป้องกันรักษาข้อมูลนี้ จะต่อเนื่องไปจนถึงเมื่อพนักงานผู้นั้นได้ออกจากบริษัทฯ ไปแล้วก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตจนทำให้เกิดความเสียหาย ต้องรับผิดทางกฎหมาย พนักงานทุกคนต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ตามที่บริษัทฯ จัดหาให้ โดยห้ามติดตั้ง และใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ไม่ถูกต้องในบริษัทฯ ไม่เรียกร้อง รับเอา หรือใช้ข้อมูลทางธุรกิจ ซึ่งได้มาโดยวิธีการที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือผิดศีลธรรม รวมถึงบริษัทฯ จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ การติดตาม และการรายงานผลอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยคณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น สอบทานมาตรการและการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้อง รายงานเกี่ยวกับความเพียงพอและประสิทธิภาพของมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการสอบทานการประเมินความเสี่ยง และให้คำแนะนำต่อคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับการปฏิบัติที่ควรมี เพื่อลดความเสี่ยงนั้น โดยผู้บริหารจะนำคำแนะนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า คณะกรรมการบริษัท มีการบริหารงานตามหลักธรรมภิบาลที่ดี

นโยบายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ได้แก่ นโยบายว่าด้วยการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น นโยบายว่าด้วยการสนับสนุนด้านการเมือง นโยบายว่าด้วยการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด และนโยบายว่าด้วยการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน ซึ่งบริษัทฯ เผยแพร่มาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นให้กับพนักงานทุกคนรับทราบ รวมถึงการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ทุกครั้ง และเผยแพร่เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มรับทราบมาตรการดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)

  • นโยบายว่าด้วยการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น

    บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งบริษัทฯ ดำเนินกิจการโดยใช้กลยุทธ์ในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม และยึดมั่นในคุณภาพที่ดีของสินค้าเป็นสำคัญ บริษัทฯ จึงไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะโดยการนำเสนอ การให้คำมั่นสัญญา การขอ การเรียกร้อง การให้หรือรับสินบน การชักจูงสู่การกระทำที่ผิดกฏหมาย หรือการทำลายความไว้วางใจ โดยครอบคลุมถึงธุรกิจ และรายการทั้งหมดในทุกประเทศ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการที่ผู้ปฏิบัติงานหนึ่งคน หรือมากกว่าหนึ่งคน ซึ่งอาจจะเป็นพนักงาน ผู้บริหาร หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกระทำการเพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ตนเอง หรือแก่พรรคพวกโดยมิชอบหรือโดยผิดกฎหมาย ผลประโยชน์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะในรูปของตัวเงินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ ซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องกับตัวเงินโดยตรงด้วย

    พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดขั้นตอนเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างละเอียด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบาย ทั้งนี้ บริษัทฯ จะสอบทานขั้นตอนการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ธุรกิจ และรักษาชื่อเสียงของบริษัทฯ

  • นโยบายว่าด้วยการสนับสนุนด้านการเมือง

    บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการสนับสนุนด้านการเมือง ด้วยบริษัทฯ เป็นองค์กรที่เป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือนักการเมืองคนใด ซึ่งบริษัทฯ สนับสนุนการดำเนินการใดๆ ที่เป็นไปตามระบบประชาธิปไตย และสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ใช้สิทธิทางการเมืองของตนตามครรลองของกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากความกดดันจากฝ่ายการเมือง และภาคประชาชน

  • นโยบายว่าด้วยการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด

    บริษัทฯ ประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการดำรงรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียง บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด ที่สามารถกระทำได้ตามประเพณีและศีลธรรมจรรยา เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที หรือเป็นการรักษาสัมพันธภาพทางธุรกิจโดยปกติ อย่างไรก็ตาม การรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม อาจมีผลต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ และอาจทำให้บริษัทฯ เสียผลประโยชน์ ซึ่งบริษัทฯ ไม่สนับสนุนการกระทำดังกล่าว

  • นโยบายว่าด้วยการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

    บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน โดยเปิดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน จากการกระทำผิดกฎหมาย หรือจรรยาบรรณ หรือพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริต หรือประพฤติมิชอบของบุคคลในองค์กร ทั้งจากพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมทั้งมีกลไกในการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร้องเรียน ซึ่งได้กำหนดเป็นขั้นตอนการดำเนินการ การสอบสวนข้อเท็จจริง การสรุปผล รวมถึงมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียนไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน ผ่านช่องทางอีเมล์ของกรรมการอิสระโดยตรง

การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม

นอกจากการกำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว บริษัทฯ ยังให้การสนับสนุนงานทางธรรมะด้วยการจัดพิมพ์หนังสือ "ร่ำรวยมีสุขอย่างยั่งยืน" และการสร้างพระพุทธรูปให้เป็นศิลปแบบร่วมสมัยชื่อ "พระศุภนิมิตรมิ่งมงคลปัญญาบารมี" ที่สามารถสื่อสารปรัชญาโดยมุ่งเน้นการเข้าถึงแก่นแท้ของพระธรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับจิตใจและสติปัญญาของผู้ที่เคารพบูชา ให้อยู่เหนือกระแสแห่งโลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งเป็นรากฐานของพระพุทธศาสนามารวมไว้ในพระพุทธรูปเพื่อเป็นพุทธบูชาและเพื่อความผาสุกร่วมเย็นของกัลยาณมิตรที่อยู่ร่วมในยุคสมัยเดียวกัน

ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ แบ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย และกำหนดพันธกิจเป็นเป้าหมายในการตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่ม ไว้ดังนี้

ก) ผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ มุ่งเน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน จึงดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส มุ่งให้เกิดการบริการที่ดี สร้างความพึงพอใจต่อลูกค้า ที่จะส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าและผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว เน้นความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก โดยบริษัทฯ พึงเคารพสิทธิและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน มีการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และบริหารกิจการของบริษัทฯ ให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ยั่งยืนจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพและผลประกอบการที่ดีของบริษัทฯ รวมถึงมีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน มีมาตรฐานโดยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย หลักจริยธรรม และแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการเคารพต่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • ให้สิทธิประโยชน์และแบ่งปันผลกำไรอย่างเท่าเทียมกัน ดังนี้
    - การให้สิทธิประโยชน์ ส่วนลดพิเศษ กับผู้ถือหุ้นทั้งรายเล็กและรายใหญ่สามารถซื้อบ้านในโครงการของบริษัทฯ ในราคาที่มีส่วนลดที่เท่ากัน
    - ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลตามผลประกอบการอย่างสม่ำเสมอ โดยมีอัตราผลตอบแทนสูง (Yield)
  • จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสาร ส่งให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)
  • จัดเตรียมอากรแสตมป์ สำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะไว้บริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • ในวันประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทฯ จัดเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะ และก่อนเริ่มการประชุมประธานที่ประชุมจะชี้แจงกติกาและวิธีการนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่จะต้องลงมติในแต่ละวาระตามข้อบังคับของบริษัทฯ รวมถึงการใช้สิทธิออกเสียงในแต่ละวาระอย่างชัดเจน
  • เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมซักถามปัญหาและข้อสงสัยต่างๆ หรือเสนอความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และให้เวลาการอภิปรายอย่างเพียงพอเหมาะสม
  • ไม่เพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า สำหรับวาระการเลือกตั้งกรรมการจะลงมติเป็นรายบุคคล

ข) ลูกค้า

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อลูกค้า โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน เพื่อมุ่งเน้นในการสร้างความพึงพอใจ ความมั่นใจให้กับลูกค้า และยึดมั่นในการปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความยุติธรรม ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม โดยบริษัทฯ พึงปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย และส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม อีกทั้งมุ่งมั่นในการจัดหา พัฒนา และผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีการศึกษา ประเมิน และปรับปรุงผลกระทบของสินค้าที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนควบคุมดูแลสินค้าให้มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน ข้อกำหนด กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดให้มีบริการหลังการขาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวแก่ลูกค้า ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)

จากการที่บริษัทฯ มุ่งเน้นในการสร้างความพึงพอใจ และความมั่นใจให้กับลูกค้า จึงมีการนำระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 : 2008 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่มุ่งเน้นในการให้บริหารให้ได้คุณภาพ และคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ บริษัทฯ ให้ความเอาใจใส่ในทุกๆ ขั้นตอนที่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพจนถึงการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า รวมไปถึงการดูแลการให้บริการแก่ลูกค้า และยังเป็นการบริหารงานที่เน้นการป้องกันปัญหา เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นเกณฑ์ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี และเกิดประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัย และยังเป็นการเสนอทางเลือกเพิ่มขึ้นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อบ้านที่ผ่านกระบวนการบริหารงานตามมาตรฐาน ISO โดยบริษัทฯ กำหนดนโยบายคุณภาพ ดังนี้ "บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เน้นพัฒนา "คุณภาพ" ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระบบของการวางผัง ออกแบบ ก่อสร้าง ขาย และบริหารชุมชน ให้ตรงตามข้อกำหนดของกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ และข้อตกลงที่เป็นเอกสารกับลูกค้า"

รวมทั้ง กำหนดวัตถุประสงค์ด้านคุณภาพ โดยให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณภาพ จัดทำวัตถุประสงค์ด้านคุณภาพที่สามารถวัดผลและนำไปปฏิบัติได้จริง โดยแต่ละฝ่ายจะต้องสื่อสารวัตถุประสงค์คุณภาพที่กำหนดขึ้น ให้ผู้รับผิดชอบภายในหน่วยงานทราบ เพื่อการนำไปปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์คุณภาพตามที่กำหนดไว้

วัตถุประสงค์คุณภาพที่แต่ละหน่วยงานนำไปปฏิบัติดังกล่าว จะต้องได้รับการอนุมัติจากประธานกรรมการบริหาร และมีการประกาศใช้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำไปเป็นเป้าหมายในการทำงาน ที่จะนำไปสู่การบรรลุถึงวัตถุประสงค์ของนโยบายคุณภาพตามที่บริษัทฯ กำหนดต่อไป

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทแรกและบริษัทเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 9001 : 2008 ครอบคลุมตั้งแต่การวางผัง ออกแบบ การก่อสร้าง การขาย ตลอดจนการบริการหลังการขาย จนทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

  • รางวัล "บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยมของไทย ประจำปี 2555" (BCI Asia Top 10 Developers Awards 2012)" จาก BCI Asai Construction Information Co.,Ltd. และ Future Arc Journal ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรางวัล 2 ปีซ้อนติดต่อกัน คือ ปี 2555 และ 2554
  • รางวัล "โครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น ปีที่ 2 พ.ศ.2555" ในโครงการศุภาลัย พาร์ควิลล์ ร่มเกล้า - สุวรรณภูมิ และโครงการศุภาลัย ปาร์ค แยกติวานนท์ จากศูนย์วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรางวัล 2 ปีซ้อนติดต่อกัน คือ ปี 2555 และ 2554
  • รางวัล "ฉลากรับรองอาคารอนุรักษ์พลังงาน ปี2554" ภายใต้โครงการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานในอาคารโดยการติดฉลาก จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน จำนวนมากที่สุดถึง 27 รางวัล 13 แบบบ้าน การมอบรางวัลในครั้งนี้ ศุภาลัย จัดได้ว่าเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับฉลากรับรองอาคารอนุรักษ์พลังงานดังกล่าวมากที่สุด และได้รับถึง 2 ครั้งซ้อนติดต่อกัน คือ ปี2552 และ 2554 ซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี นอกจากนี้แบบบ้านที่ได้รับรางวัลดังกล่าว บริษัทฯ ได้สร้างสรรค์พัฒนาออกแบบที่อยู่อาศัย เน้นการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อมอบให้ลูกค้าศุภาลัยทุกโครงการ โดยมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการออกแบบของศุภาลัยว่า "Green Design Standard" คือ มาตรฐานการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • รางวัล "งานออกแบบชุมชนเมืองที่ได้รับการชมเชยประจำปี 2552" ประเภทโครงการวางผังแม่บทกลุ่มอาคาร ในโครงการ ศุภาลัย คาซา ริวา จากสมาคมสถาปนิกชุมชนเมืองไทย
  • รางวัล "ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดี ประจำปี พ.ศ. 2552-2553" จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ติดดาว สคบ. และได้รับรางวัลถึง 2 ครั้งติดต่อกัน คือ ปี 2552-2553 และ ปี 2550-2551
  • รางวัล "บริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมประจำปี 2553 (Best Performance Awards)" จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งศุภาลัยเป็นบริษัทเดียวที่ได้รับรางวัลในกลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 10,000 ล้านบาท ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดดเด่นในด้านกำไรสุทธิต่อยอดขาย ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น ผลตอบแทนต่อทรัพย์สิน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net Gearing) นอกจากนี้ รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลประกอบการในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ในด้านการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) การปฏิบัติตามกฎของตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง การเปิดเผยข้อมูล ความโดดเด่นในเรื่องตัวเลขของอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์(Return on Assets) อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity) อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) อัตราผลตอบแทนของนักลงทุน (Return to Investors) ฯลฯ
  • รางวัล "Best Under A Billion Award" ในปี 2553 จากนิตยสาร Forbes Asia โดยบริษัทฯ เป็น 1 ใน 200 บริษัทที่ได้รับรางวัลดังกล่าว จากการพิจารณาคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเซียกว่า 13,000 บริษัท และเป็น 1 ใน 9 บริษัทจดทะเบียนไทยที่ได้รับรางวัลนี้ โดยวัดผลจากการทำกำไร อัตราการเติบโต ภาระหนี้สิน และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
  • รางวัล "Living in Thailand Award of Excellence 2008" ในรางวัลพิเศษ Readers' Choice Award ประเภท Best Designed Property จากนิตยสาร Living in Thailand
  • รางวัล "งานออกแบบชุมชนเมืองดีเด่น ประจำปี 2552" (Urban Design Award 2009) ระดับวิชาชีพและองค์กร ประเภทโครงการวางผังแม่บทกลุ่มอาคาร ในรางวัลชมเชย ของโครงการศุภาลัย คาซา ริวา จากสมาคมสถาปนิกชุมชนเมืองไทย
  • ฯลฯ

    บริษัทฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามสัญญากับลูกค้าโดยเคร่งครัด ความเป็นธรรมที่บริษัทฯ ได้ให้แก่ลูกค้า เริ่มตั้งแต่การออกแบบบ้านที่ตอบสนองความของลูกค้าในปัจจุบัน ทำสัญญาที่ได้มาตรฐาน การระบุรายละเอียดวัสดุก่อสร้างที่ชัดเจน การตรวจรับมอบบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์ และการรับประกันบ้าน ในด้านต่างๆ ดังนี้

  • นำระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 : 2008 โดยบริษัทฯ ให้ความเอาใจใส่ในทุกๆ ขั้นตอนที่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพจนถึงการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า รวมทั้งมีการกำหนดนโยบายคุณภาพซึ่งมีการสื่อสารให้พนักงานทุกคนรับทราบและปฏิบัติตาม
  • การออกแบบบ้าน ของบริษัทฯ คำนึงถึงการจัดพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้ประโยชน์ และประหยัดพลังงาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งออกแบบบ้านสำหรับผู้พิการและคนชรา นอกจากนี้ บริษัทฯ มีฝ่ายวิจัยและพัฒนา ซึ่งดำเนินการศึกษาวัสดุที่นำมาใช้ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาสำหรับการเลือกใช้วัสดุแต่ละชนิด
  • การทำสัญญาตามมาตรฐาน ที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดิน และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนดไว้ โดยลูกค้าที่มาซื้อบ้านจัดสรรและอาคารชุดของบริษัทฯ จะได้รับความเป็นธรรมตั้งแต่ขั้นตอนการทำสัญญา เพราะบริษัทฯ จะใช้สัญญาจะซื้อจะขายตามมาตรฐานที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดิน และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้กำหนดไว้ ซึ่งเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาในอดีตที่ผู้ซื้อบ้านมักถูกผู้ขายทำสัญญาเอาเปรียบ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ซื้อไม่ได้บ้านตามที่ต้องการแล้วไม่สามารถฟ้องร้องบังคับเอาผิดผู้จะขายให้ปฏิบัติตามสัญญาได้โดยง่ายเหมือนกับสัญญามาตรฐานนี้
  • การระบุรายละเอียดวัสดุก่อสร้างที่ชัดเจนในสัญญาจะซื้อจะขาย โดยบริษัทฯ ได้แนบรายการวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านให้กับลูกค้าทุกราย โดยมีรายละเอียดเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าบ้านที่ลูกค้าซื้อไปนั้นใช้วัสดุในการก่อสร้างชนิดใด
  • การตรวจรับมอบบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์ บริษัทฯ จะทำการนัดหมายลูกค้าเพื่อตรวจรับมอบบ้านก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า หากลูกค้าพบว่ามีงานก่อสร้างมีข้อบกพร่อง หรือลูกค้าไม่พอใจงานก่อสร้าง เนื่องจากผลงานต่ำกว่ามาตรฐานของบ้านตัวอย่างในโครงการ บริษัทฯ จะทำการปรับปรุงแก้ไขให้ใหม่จนเป็นที่พอใจก่อน แล้วจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ต่อไป
  • การรับประกันบ้าน บริษัทฯ รับประกันในความชำรุดบกพร่องของบ้าน ต่อไปอีก 5 ปี ในส่วนของโครงสร้างของอาคาร และรับประกันในส่วนควบหรืออุปกรณ์อันเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอาคาร ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากที่โอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นในการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า ในกรณีที่เกิดข้อบกพร่อง หรือเกิดเหตุชำรุดของบ้านที่ได้ส่งมอบไปและได้โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วและยังอยู่ในช่วงการรับประกัน เมื่อลูกค้าได้แจ้งมา ทางบริษัทฯ จะทำการแก้ไขซ่อมแซมจนเรียบร้อย
  • การสำรวจความคิดเห็นลูกค้า บริษัทฯ ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าภายหลังโอนกรรมสิทธิ์ และความพึงพอใจเกี่ยวกับงานบริการหลังการขาย เพื่อปรับปรุงคุณภาพและการบริการให้ดียิ่งขึ้น
  • การรับข้อร้องเรียนของลูกค้า บริษัทฯ มีช่องทางรับข้อร้อเรียนของลูกค้าหลายช่องทาง ดังนี้ โทรศัพท์, กล่องรับความคิดเห็นในโครงการ, Smart Center (1720), โครงการระฆังแก้ว (manage@supalai.com), เว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) ฯลฯ
  • การมอบคู่มือบ้านแก่ลูกค้า เพื่อใช้ในการดูแลส่วนต่างๆ ของบ้าน หลังโอนกรรมสิทธิ์

ค) พนักงาน

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อพนักงาน นโยบายว่าด้วยค่าตอบแทนและสวัสดิการ และนโยบายว่าด้วยการพัฒนาพนักงาน ซึ่งบริษัทฯ ตระหนักเสมอว่าพนักงานทุกคน ทุกระดับ เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของบริษัทฯ ซึ่งเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ จึงให้การดูแลและปฏิบัติที่เป็นธรรมทั้งในด้านโอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้ง การโยกย้าย การฝึกอบรม ตลอดจนส่งเสริมให้พนักงานได้แสดงศักยภาพของตน เพื่อเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคนไม่ว่าจะทำงานอยู่ในส่วนใด ฝ่ายใด โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ และมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ปลอดภัย การจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับการทำงาน มีสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน รวมทั้งจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการทำงานเพื่อตอบแทนพนักงานทุกคน ที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ด้านการพัฒนาบุคลากร บริษัทฯ ตระหนักเสมอว่า พนักงานเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าขององค์กร จึงมุ่งที่จะพัฒนาความรู้ ความสามารถให้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับองค์กรได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ เผยแพร่นโยบายต่างๆ ให้พนักงานทุกคนรับทราบบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) รวมถึงการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ทุกครั้ง

บริษัทฯ เห็นความสำคัญของพนักงาน มีความเอาใจใส่และปฏิบัติต่อพนักงานทุกคน ทุกระดับอย่างเป็นธรรม ทั้งในด้านผลตอบแทนและสวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และยึดหลักเมตตาธรรมในการที่จะดูแลพนักงานและครอบครัวในยามฉุกเฉินและจำเป็น อีกทั้งยังให้โอกาสพนักงานที่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปพร้อมกับการเจริญเติบโตของบริษัทฯ โดยให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เนื่องจาก เล็งเห็นว่า"บุคลากร" เป็นทรัพยากรที่สำคัญซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่า (Human Capital) และเป็นแรงผลักดันให้การดำเนินธุรกิจบรรลุเป้าหมาย ที่จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ โดยจัดให้มี

  • การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ได้แก่ การจัดกิจกรรมให้พนักงานเสนอความเห็นใหม่ ภายใต้หัวข้อ 1 Business Unit 1 Idea การจัดห้องสมุดสำหรับพนักงาน การจัดงบประมาณสำหรับการอบรมประจำปี
  • การให้สวัสดิการต่างๆ แก่พนักงาน เช่น ทุนการศึกษา ประกันอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล ห้องฟิตเนส รถรับส่ง ฯลฯ
  • จัดให้มี "กล่องรับฟังความเห็น" เพื่อเป็นการสื่อสารจากล่างขึ้นบน (Upward) โดยผู้บริหารจะตอบคำถามผ่านทางอีเมล์ ถึงพนักงานทุกคน
  • การฝึกอบรมประจำปี ด้านการพัฒนาความรู้และทักษะทางวิชาชีพ และด้านการบริหารจัดการ
  • การวัดผลการปฏิบัติงาน โดยใช้ตัวชี้วัดการปฏิบัติงาน (KPI) ร่วมกับการประเมินความสามารถในการปฏิบัติงาน (Competency)
  • การกำหนดเวลาเข้างานแบบยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานสามารถจัดการเวลาเริ่มและสิ้นสุด การปฏิบัติงานตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในด้านการสร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญและดูแลพนักงานทุกระดับ โดยให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมและจูงใจ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) โดยให้พนักงานมีการเพิ่มพูน ทักษะ ความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานที่จะตอบสนองการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในรูปแบบของการให้ทุนการศึกษา การดูงานทั้งในและต่างประเทศ การมีห้องสมุดที่ให้พนักงานสามารถค้นคว้าพัฒนาตนเองได้ การมีกล่องรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารข้อมูลจากล่างขึ้นบน (Upward) จากพนักงานทุกระดับ ไปยังผู้บริหารระดับสูง โดยผู้บริหารระดับสูงจะตอบคำถามทุกข้อ ผ่านทางอีเมล์ ให้พนักงานทราบทุกคน รวมถึง มีการจัดทำแผนการฝึกอบรมประจำปี ที่มีความสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายรวมของบริษัทฯ และได้มีการพัฒนาพนักงานตามแผนที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ทั้งในด้านเทคนิค หรือทักษะทางวิชาชีพ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น

  • - ด้านความรู้และทักษะทางวิชาชีพ จัดทำคู่มือต่างๆ เพื่อใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการทำงาน โดยรวบรวมจากประสบการณ์การทำงานที่เกิดขึ้น เพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำ พร้อมทั้งจัดทำวีดิทัศน์ เพื่อการเรียนรู้แก่พนักงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาคุณภาพของแบบและการบริหารงานก่อสร้าง การเตรียมงานก่อสร้างอาคารต้านแรงแผ่นดินไหวตามกฎกระทรวงฯ การอบรมเพื่อพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานระหว่างพนักงานและผู้รับเหมาเกี่ยวกับงานระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาล ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล "งานออกแบบชุมชนเมืองที่ได้รับการชมเชย ประจำปี 2552 ประเภทโครงการวางผังแม่บทกลุ่มอาคาร" จากสมาคมสถาปนิกชุมชนเมืองไทย

    ภารกิจของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ คือ การส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรให้มีศักยภาพในการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมีแผนการพัฒนาพนักงาน (Employee Development Plan : EDP) ที่ดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ ถือเป็นนโยบายสำคัญและได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่จะสนับสนุนให้บุคลากรได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมทั้งฝึกฝนทักษะที่จำเป็นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน และสนับสนุนบุคลากรทุกระดับ ให้ได้รับความรู้ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยการจัดส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรม / สัมมนากับสถาบันต่างๆ อาทิเช่น สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย, สมาคมสถาปนิกสยาม เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมบุคลากรที่มีผลงานดี มีศักยภาพ ไปศึกษาดูงานต่างประเทศ รวมถึง การให้ทุนการศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท นอกจากนี้แล้วยังมีห้องสมุดประจำบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานได้ศึกษาหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งมีการจัดทำแผนการฝึกอบรมประจำปีที่มีความสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายรวมของบริษัทฯ และได้มีการพัฒนาพนักงานตามแผนที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น

  • - หลักสูตรด้านความรู้และทักษะทางวิชาชีพ เช่น มาตรฐานงานบัญชีที่เปลี่ยนแปลง, มาตรฐานงานก่อสร้างและการควบคุมคุณภาพงาน, ความรู้ในงานซ่อมบำรุง, ความรู้ผลิตภัณฑ์ไวนิล, ความรู้ด้านประกันสังคม, ระบบ Customer Service เป็นต้น
  • - หลักสูตรด้านการบริหารจัดการ เช่น แนวทางการบริหารความเสี่ยงขององค์กรยุคใหม่, ศิลปะการพูดในงานขาย, การควบคุมและบริหารงานก่อสร้าง เป็นต้น

    นอกจากนี้แล้ว บริษัทฯ ได้นำ ระบบ Competency มาใช้ในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน รวมถึง เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ บุคลิกภาพ และทัศนคติที่พึงปรารถนาของพนักงานให้มีความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งบริษัทฯ ทำการสื่อสารให้พนักงานทุกระดับทุกคนในองค์กรได้มีวิธีการคิดและทัศนคติที่ถูกต้องเหมาะสม และมีความเข้าใจในหลักการและปรัชญาต่อความสามารถหลักขององค์กร (Core Competency) โดยได้จัดทำโครงการพัฒนาประสิทธิภาพและเพิ่มพลังการทำงานยุคใหม่ตามความสามารถหลักองค์กรด้วยการจัดกิจกรรมเรียนรู้และพัฒนาทีมงาน (Team Learning & Development) เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ในการทำงาน ในหลักสูตร "วิถีแห่งศุภาลัยสู่ความเป็นเลิศ (Supalai Way)" โดยมุ่งเน้นให้พนักงานทุกคนเกิดทัศนคติและจิตสำนึกที่ดีต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน และองค์กร ด้วยการพัฒนาศักยภาพแห่งตน (Self potential) ให้มีการพัฒนาทั้งทางกายและจิตใจ โดยมีการผสมผสานการทำงานเป็นทีม (Team Building) และรู้จักการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน (Supporting) เพื่อพัฒนาทีมงานให้มีทัศนคติ ความรู้ และทักษะในการทำงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

    บริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเยี่ยม ด้วยการคัดเลือกพนักงานดีเด่นประจำปีอย่างต่อเนื่อง รวมถึง สนับสนุนให้พนักงานรักและผูกพันกับองค์กร โดยมีรางวัลสำหรับพนักงานอายุงาน 5 ปี,10 ปี และ 20 ปี ซึ่งถือเป็นทรัพยากรอันมีคุณค่าของบริษัทฯ รวมทั้งรางวัลแห่งการบริการ (Service Award) สำหรับพนักงานที่ให้บริการด้วยใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหล่อหลอมให้พนักงานทุกคนมีจิตสำนึกต่อการบริการและช่วยเสริมสร้างให้เกิดเป็นวัฒนธรรมเพื่อมุ่งสู่การบริการที่เป็นเลิศ และรางวัลข้อเสนอแนะดีเด่น (Suggestion Award) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานกล้าแสดงความคิดเห็น มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีนวัตกรรม มีส่วนร่วมในการปรับปรุงองค์กรและยกระดับการทำงานที่ส่งผลต่อคุณภาพงาน อีกทั้ง ได้นำระบบ e-HR มาใช้ในบริษัทฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพต่อระบบบริหารงานบุคคลและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

  • - ด้านการบริหารจัดการ แนวทางการบริหารความเสี่ยงขององค์กรยุคใหม่ การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์สำหรับหัวหน้างาน ระบบบริหารผลการดำเนินงาน ระบบบริหารคุณภาพ (ISO 9001:2008) เป็นต้น
  • - ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสร้างค่านิยมร่วม (Shared Value) ให้กับพนักงานทุกระดับ ทุกโครงการให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการบริการ เพื่อมุ่งสู่การบริการที่เป็นเลิศ (Supalai Service Excellence) กิจกรรม Supalai Way เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีการวัดผลงานรายบุคคล ตามตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI : Key Performance Indicator) ทำให้พนักงานมีเป้าหมายในการทำงาน และเกิดการวัดผลงานอย่างเที่ยงธรรม เป็นต้น
  • - ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้ผลในการทำงานประสานสอดคล้องกันจนบรรลุเป้าหมาย บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบาย Supalai 7 R มาเพิ่มประสิทธิภาพของทีมงาน เพื่อให้ผลในการทำงานสอดคล้องกันจนบรรลุสู่เป้าหมาย สำหรับกลยุทธ์ Supalai 7R เป็นแนวคิดในการสร้างสรรค์ประสิทธิภาพของทุกฝ่ายงานที่ทำงานเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายร่วมกัน อันประกอบด้วย
  • 1. CSR (Corporate Social Responsibility): ศุภาลัย กับ สังคม โดยเน้นความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร และคืนกำไรสู่สังคม โดยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสังคมและศุภาลัย เพื่อได้รับการกล่าวขานและภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น
  • 2. PR (Public Relation): ศุภาลัย กับ สื่อมวลชน เช่น งานประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์กับผู้สื่อข่าว เน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อสาธารณชนและสื่อมวลชน อีกทั้งสร้างความเป็นกันเองระหว่างผู้บริหารและสื่อมวลชน โดยมุ่งหวังให้สื่อมวลชน เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ในเชิงสร้างสรรค์ที่จะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
  • 3. CRM (Customer Relation Management): ศุภาลัย กับ ลูกค้า เน้นสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ และลูกค้าให้มากขึ้น โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า
  • 4. ER (Employee Relation): ศุภาลัยกับพนักงาน เน้นสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อพนักงานภายในองค์กร ทำให้พนักงานทุกฝ่ายมีความสามัคคีและทำงานอยู่ร่วมกันเสมือนญาติ เพื่อการทำงานอย่างมีความสุข
  • 5. IR (Investor Shareholder Relation): ศุภาลัย กับ ผู้ถือหุ้น ทำให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเข้าใจและรับรู้ข้อมูลของบริษัทฯ ดีขึ้น เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีต่อบริษัทฯ และเป็นผู้ถือหุ้นในระยะยาว อีกทั้งต้องการทำให้ผลประกอบการเป็นที่ถูกใจสำหรับนักลงทุนและผู้ถือหุ้น
  • 6. SCR (Supplier Contractor Relation): ศุภาลัย กับ คู่ค้าและผู้รับเหมา ให้ความสำคัญกับคู่ค้า ในแง่สร้างความเป็นธรรมและความจริงใจให้กับคู่ค้า ผู้รับเหมา เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีและได้รับความไว้วางใจ
  • 7. GR (Government Relation): ศุภาลัย กับ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เน้นด้านความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานราชการกับบริษัทฯ เน้นให้เกิดการประสานงานและความคล่องตัว ซึ่งบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย และให้ความร่วมมือทั้งทางตรงและทางอ้อม

ตลอดจนจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินแก่พนักงาน ในกรณีลาออก เกษียณอายุงาน พิการ หรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรและเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน และเพื่อดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสวัสดิการที่เหมาะสม บริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการต่างๆ แก่พนักงาน เช่น สวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมนอกเหนือจากสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด ทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปี การทำประกันอุบัติเหตุ การจัดให้มีสถานที่ออกกำลังกาย การแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน ค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยเหลืองานศพ เงินช่วยเหลือแต่งงาน มอบทุนการศึกษาให้บุตรของพนักงาน ให้สิทธิพนักงานซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการของบริษัทฯ ในราคาพิเศษ เป็นต้น อีกทั้งให้การสนับสนุนให้พนักงานเกิดขวัญและกำลังใจต่อการพัฒนางานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กลยุทธ์สำคัญในการผลักดันให้เป้าหมายของบริษัทฯ บรรลุผลสำเร็จ ให้เกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ คือ ภารกิจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่จะต้องส่งเสริม สนับสนุนบุคลากรให้มีศักยภาพในการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้บรรลุเป้าหมาย ประสบความสำเร็จ และมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในธุรกิจต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งพัฒนาเสริมสร้างวัฒนธรรม และบรรยากาศในการทำงานที่ดี และปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียม โดยจัดทำจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (Code of Conduct) รวมถึงการจัดทำจุลสารบ้านศุภาลัยเป็นประจำทุกเดือน เป็นต้น และเพื่อให้การปฏิบัติงานของพนักงานตอบสนองต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจ บริษัทฯจึงได้กำหนดคำขวัญประจำปี 2556 "เมตตาธรรม คุณธรรม จารีตธรรม ปัญญาธรรม สัตยธรรม ธรรม "ขงจื้อ" อำนวยพรกลอนปีใหม่ เมตตาธรรมค้ำจุนโลกให้สุขสานต์ คุณธรรมนำชีพชื่นยืนชั่วกาล กอร์ปประสานจารีตธรรมนำทางให้ ปัญญาธรรมล้ำเลิศส่องแสงสุข ให้คลายทุกข์เพิ่มสุขทุกสมัย สัตยธรรมสร้างศรัทธาพาเชื่อใจ พรปีใหม่ ชีวิตใหม่ สุขในธรรม"

ง) คู่ค้า

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อคู่ค้า ได้แก่ ผู้รับเหมา ร้านค้า และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน อย่างเป็นธรรมและเสมอภาค ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธสัญญา ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง การเจรจาแก้ปัญหาและหาทางออกตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงให้การสนับสนุนผู้รับเหมางานก่อสร้างบ้านจัดสรรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ

และบริษัทฯ ยังได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับเจ้าหนี้ มุ่งมั่นในการรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับเจ้าหนี้และให้ความเชื่อถือซึ่งกันและกัน มีปฏิบัติตามสัญญาและเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน การชำระคืน การดูแลคุณภาพหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเรื่องอื่นใดที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับเจ้าหนี้ เพื่อบรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งได้ ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบโดยเร็ว เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล และไม่ดำเนินการที่ทุจริตในการค้ากับเจ้าหนี้ โดย

  • กำหนดนโยบายให้พนักงานที่ทำงานติดต่อกับคู่ค้า ต้องมีความเที่ยงตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานต้องไม่รับหรือเรียกร้องเอาผลประโยชน์จากคู่ค้า หรือผู้ที่กำลังจะเป็นคู่ค้า ซึ่งอาจมีผลกับการประเมินหรือพิจารณาการซื้อสินค้าและราคาของคู่ค้าอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้ระบุไว้ในจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ที่ทุกคนต้องถือปฏิบัติ โดยก่อนการสั่งซื้อสินค้า เช่น วัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการสร้างบ้าน ร้านค้า ซึ่งเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ ต้องทำการเสนอราคาสินค้ามาก่อน เพื่อที่บริษัทฯ จะเปรียบเทียบข้อเสนอและเงื่อนไขที่ดีที่สุด
  • บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการจ่ายชำระเงินค่าสินค้า โดยการชำระเงินตรงเวลาตามที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ตามในบางกรณีที่ร้านค้ามีความจำเป็นต้องการรับเงินค่าสินค้าเร็วกว่าที่กำหนดไว้และยินยอมให้ส่วนลด หากบริษัทฯ มีสภาพคล่องอย่างเพียงพอและสามารถช่วยเหลือได้ บริษัทฯ ก็ยินดีให้การช่วยเหลือทันที
  • บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อผู้รับเหมาเสมือนเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ (Business Partner) โดยการยึดมั่นต่อสัญญาหรือข้อตกลงที่มีร่วมกันภายใต้กฎหมายที่กำหนด เพื่อให้ผลประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจสอดคล้องร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และคู่ค้า บริษัทฯ ดำเนินนโยบายคัดเลือกผู้รับเหมา(คู่ค้า) อย่างยุติธรรม และโปร่งใส ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าอย่างเคร่งครัด และพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้รับเหมา เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ อาทิเช่น โดยปกติ บริษัทฯ ว่าจ้างผู้รับเหมาโดยเหมารวมค่าแรงและวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม หากเกิดการขาดแคลนวัสดุ และบริษัทฯ มีศักยภาพในการต่อรองช่วยผู้รับเหมาในการจัดหาวัสดุ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และคู่ค้า นอกจากนี้ บริษัทฯ เปิดโอกาสโดยให้ความสำคัญกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานก่อสร้างกับบริษัทฯ มานาน โดยให้ไปช่วยรับงานก่อสร้างโครงการในต่างจังหวัด เพื่อให้ผู้รับเหมาก่อสร้างมีงานทำอย่างต่อเนื่อง
  • จัดกิจกรรมขอบคุณผู้รับเหมา ที่มาร่วมงานกับบริษัท และมอบรางวัลให้กับผู้รับเหมาตัวอย่าง ภายใต้แนวคิด "ร่วมแรง ร่วมใจ ศุภาลัย&ผู้รับเหมา" เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และเป็นกำลังใจให้กับผู้รับเหมาในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
  • ประสานกับธนาคารในการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้รับเหมา เพื่อเสริมสภาพคล่องและขีดความสามารถในการขยายงาน
  • การสนับสนุนผู้รับเหมางานก่อสร้างให้มีโอกาสที่จะขยับขยายหรือปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย บริษัทฯ ได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้รับเหมางานก่อสร้างบ้านจัดสรรของบริษัทฯ ที่ซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัท ฯ และบริษัทในเครือ จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% ของราคาขายจากส่วนลดสูงสุดที่ให้แก่ลูกค้าทั่วไปของแต่ละโครงการ
  • เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมารายใหม่ ได้เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพด้วยกัน โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2725-8888 ต่อ 310 ในวันเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์
  • ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิต พัฒนาและทดสอบวัสดุร่วมกัน เพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุที่นำมาใช้ในการก่อสร้างทุกชนิดมีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้
  • คำนึงถึงความเป็นธรรมกับเจ้าหนี้สถาบันทางการเงิน เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ในปี 2542 บริษัทฯ เข้าร่วมกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้กับสำนักงานคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (คปน.) ธนาคารแห่งประเทศไทย และสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้สำเร็จในปี 2545 โดยเจ้าหนี้ทุกรายได้รับคืนเงินต้นครบถ้วน ทำให้บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินทั้งหลาย และยังคงให้การสนับสนุนสินเชื่อโครงการของบริษัทฯ มาอย่างต่อเนื่องในหลายๆ โครงการ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการแจ้งนโยบายดังกล่าวให้แก่คู่ค้าของบริษัทฯ รับทราบ พร้อมทั้งเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)

จ) คู่แข่ง

บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อคู่แข่ง โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีฉ้อฉล ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม หรือขัดต่อจริยธรรม และข้อกฎหมายใดๆ ไม่กระทำเพื่อทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหา ให้ร้ายในทางเสื่อมเสีย หรือใช้กลวิธีต่างๆ โดยปราศจากซึ่งข้อมูลอันอาจกล่าวอ้างได้ ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น หรือคู่แข่งทางการค้า และไม่ใช้วิธีการผูกขาดให้คู่ค้าขายสินค้าให้เฉพาะบริษัทฯ เท่านั้น โดยตลอดเวลาบริษัทฯ ไม่เคยมีข้อพิพาทใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า

ตลอดจนบริษัทฯ มีนโยบายในการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม ไม่ทำลายคู่แข่งด้วยกลวิธีต่างๆ เช่น ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้าย ไม่ละเมิดความลับหรือแสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าของคู่แข่งด้วยวิธีไม่สุจริต หรือขัดต่อจริยธรรม ไม่ผูกขาดโดยกำหนดให้คู่ค้าขายสินค้าให้เฉพาะบริษัทฯ เท่านั้น โดยตลอดเวลาบริษัทฯ ไม่เคยมีข้อพิพาทใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)

ฉ) สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน เป็นการยึดมั่นและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งในพื้นที่ตั้งโครงการและสังคมโดยรวม เพื่อเป็นการคืนประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ด้านความปลอดภัย บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน จากการเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่จะส่งผลต่อพนักงานทุกคน รวมทั้งชุมชน และสังคม โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการดำเนินการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างต่อเนื่อง มีการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินตามนโยบาย เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ด้านการใช้ทรัพยากร บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน เหตุจากทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบันนับวันยิ่งลดน้อยลง บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกแก่พนักงานในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในอันที่จะส่งผลต่อเนื่องในการสร้างนิสัย และนำไปปรับใช้ที่บ้าน รวมทั้งยังคาดหวังผลพลอยได้ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในระดับประเทศ ด้วยความดีนี้ จะส่งผ่านไปสู่เยาวชนรุ่นหลังให้เป็นแบบอย่างสืบไป นำไปสู่การคิดก่อนใช้ และการสร้างนิสัยแห่งความประหยัด ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สื่อสารการสร้างจิตสำนึกด้านการใช้ทรัพยากร ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ด และให้ความรู้โดยการจัดอบรมภายใต้แนวคิด 3Rs- Reduce, Reuse, Recycle เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเต็มที่ และเป็นการลดพลังงานในการกำจัดขยะ ลดมลพิษและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริม สนับสนุนการออกแบบ วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลดการก่อมลพิษและลดภาระของสังคมตามธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นโยบายการใช้รถยนต์ นโยบายการใช้ไฟฟ้า นโยบายการใช้เครื่องปรับอากาศ นโยบายการใช้อุปกรณ์สำนักงาน นโยบายการใช้น้ำ นโยบายการลดขยะและนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)

สังคม

ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบาย "ศุภาลัย ใส่ใจ..สร้างสรรค์สังคมไทย" เพื่อคืนกำไรสู่สังคม โดยประธานกรรมการบริหาร ได้มีดำริไว้ว่า "การคืนกำไรสู่สังคมขององค์กรธุรกิจ เป็นส่วนสำคัญของบริษัทธรรมมาภิบาล ที่จะต้องช่วยดูแลและพัฒนาคุณภาพสังคมให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกเหนือการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีแก่ชุมชน แนวทางการสร้างสรรค์สังคมของศุภาลัยนั้น มุ่งเน้นที่การให้ความรู้ เพราะผู้ที่ได้รับความรู้ สามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างประโยชน์ได้ทั้งตนเอง ครอบครัว ไปจนถึงระดับสังคมส่วนรวม ดังนั้น การให้ความรู้ จึงเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ไพศาล สร้างประโยชน์สุขสู่สังคมได้โดยตรงกว่าการให้ปัจจัย หรือสิ่งของอื่นๆ" จึงเป็นที่มาของโครงการ "แสงประทีป" ที่เป็นโครงการที่สร้างแสงสว่างทางสติปัญญาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไม่มุ่งหวังผลตอบแทน โดยกิจกรรมที่ได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์สุขสู่สังคม มีดังต่อไปนี้

  • กิจกรรมอบรมสัมมนาความรู้สู่ประชาชนฟรี เกี่ยวกับสุขภาพ ธรรมะ ศิลปะ การเงิน และการลงทุน ฯลฯ
    - เคล็ด(ไม่) ลับ ร่ำรวยมีสุขอย่างยั่งยืน
    - ธรรมมะจากแม่
    - แชมพู สบู่ น้ำยาอเนกประสงค์ทำได้ง่ายจริงๆ
    - รู้ทันมะเร็งปากมดลูก
    - เทคนิคแต่งหน้าเสริมความมั่นใจ สร้างบุคลิกภาพให้คุณ
    - ศิลปะสบายใจ
    - เคล็บลับการใช้ยาจีนเพื่อสุขภาพที่คุณไม่รู้
    - พูดอย่างไรชนะใจคน
    - สร้างสรรค์ชีวิตสดใสด้วยเสียงเพลง
    - ลงทุนให้มั่งคั่ง
    - เมตตาค้ำจุนโลก
    - มองชีวิต ชีวา....ใช้เวลาให้รื่นรมย์
    - เคล็ดลับอายุยืนด้วยวิถีธรรมชาติ/โยคะหลับสบาย
    - ภาพสวยดุจมืออาชีพ
    - ชินนสา-สมาธิ (ธรรมมะเพื่อการชนะใจตนเอง)
    - IT Technology Update
    - Live Talk Show
    - ธรรมะสบายใจ
    - ธรรมะกับการดำเนินชีวิตเริ่มต้นปีใหม่
    - เคาะหุ้นเด็ด กลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ รับดอกเบี้ยขาขึ้น
    - เคล็ดลับร่ำรวยด้วยธุรกิจอพาร์เม้นท์, บ้านเช่า
    - เคล็ดวิธีสู่วิถีไม่ป่วย
    - เคล็ดลับจัดบ้านให้รุ่งเรืองด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย ตามดวงบุคคล
    - เปิดขุมทรัพย์ Silver และ Gold Future
    - เคล็ดลับรวยด้วยทอง
    - เคล็ดลับออมเงินเดือนอย่างไรให้ได้เป็นล้าน
    - เคล็ดลับป้องกันโรคไมเกรน+ห่างไกลโรคกระดูกพรุน
    - อาหาร สมาธิ ฝึกโยคะกระชับสัดส่วน
    - วิธีการผลิต เครื่องกรองน้ำแบบฉุกเฉิน
    - ซ่อมบ้าน สร้างสุข
    - เมื่อไหร่จะ...ร่ำรวยมีสุขอย่างยั่งยืน
    - เคล็ดลับฮวงจุ้ยเสริมสิริมงคลรับปีมังกร
    - เคล็ดลับลงทุนร่ำรวยปีมังกร
    - คนสำราญ งานเป็นสุข
    - อ่านเกมส์หุ้น มองเศรษฐกิจ
    - รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์
    - รู้ทัน ป้องกัน ดูแลรักษาฟันสำหรับทุกคนในครอบครัว
    - รู้ทัน ป้องกัน ดูแลรักษามะเร็งเต้านม
    - โยคะกระชากวัย ผิวสวย หน้าใส ไร้โรคา
    - วันเคล็ดลับสมองใส ไกลกว่า 100 ปี
    - ฯลฯ
  • กิจกรรมด้านการศึกษา เนื่องด้วยบริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาของเด็กไทยจึงให้การสนับสนุนพัฒนาปรับปรุงห้องเรียน อาคารเรียน ห้องสมุด อาคารหอพักนักเรียน หลายแห่งในโรงเรียนชนบทที่ขาดแคลนในชั้นประถมศึกษา และในระดับมัธยมและอุดมศึกษา เช่น บริษัทฯ บริจาคเงิน จำนวน 2 ล้านบาท มอบให้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อการสนับสนุนการจัดทำห้องเรียน และบริจาคเงิน จำนวน 2 ล้านบาท มอบให้แก่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริจาคเงินกว่า 2 ล้านบาท เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและพิพิธภัณฑ์การศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น
  • กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม บริษัทฯ จัดงานแสดงศิลปกรรม"พลังแห่งการสร้างสรรค์" โดยนำรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายผลงานศิลปะ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,491,414 บาท ทูลถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย
  • กิจกรรมการผลิตสื่อความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม บริษัทฯ ผลิตหนังสือซึ่งมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และจัดทำบทเพลงธรรมะ "มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง" มอบให้แก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไป จัดพิมพ์หนังสือ "ร่ำรวยมีสุขอย่างยั่งยืน" ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ และนำรายได้จากการจำหน่ายทั้งหมด(โดยไม่หักค่าใช้จ่าย) บริจาคให้สภากาชาดไทย
  • กิจกรรมด้านสังคม ร่วมมือร่วมใจมอบถุงยังชีพ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งมอบบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อเข้ากองทุน "ตลาดทุนร่วมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม" รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ออกแบบ "บ้านชนบทสำหรับเกษตรกร" เพื่อมอบให้เกษตรกรที่สนใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
  • กิจกรรมด้านส่งเสริมสถาบันครอบครัว บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นรากฐานสนับสนุนสังคมไทยให้แข็งแกร่ง โดยการจัดกิจกรรม "เจริญสติ-สมาธิ" กิจกรรมวันแม่ และกิจกรรมสายใยรักเพื่อเพิ่มความกตัญญูต่อบุพการี เป็นต้น
  • กิจกรรมด้านสุขภาพ บริษัทฯ เชิญทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลชั้นนำ มาให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ครอบครัวศุภาลัยและประชาชนทั่วไป และจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ประจำทุกปี
  • กิจกรรมด้านการพัฒนาชุมชน ได้แก่ การปรับปรุงถนนเลียบคลอง 4 การมอบรถบรรทุกเก็บขยะ การทำท่อลอดถนนและปรับปรุงถนนซอยลาซาล การวางท่อระบายน้ำและบ่อพักบริเวณซอยพหลโยธิน 4 การมอบอุปกรณ์เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กับสถานีตำรวจ
  • กิจกรรมด้านทำนุบำรุงศาสนา โดยปรับปรุงภูมิทัศน์ตามลานวัด และมัสยิดเพื่อความปลอดภัย ร่มรื่น และสบายตาสำหรับศาสนิกชนที่มาศาสนสถาน
  • กิจกรรมตรวจสุขภาพ บริษัทฯ ได้เชิญทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลชั้นนำมาให้บริการตรวจสุขภาพฟรี พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในหัวข้อที่น่าสนใจ โดยจัดกิจกรรมสัมมนาสุขภาพ และกิจกรรมสัมมนาแพทย์ทางเลือกด้วย ซึ่งเปิดโอกาสให้ครอบครัวศุภาลัยและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม
  • กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
    กิจกรรมวันแม่ ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีตรงกับเทศกาลวันแม่แห่งชาติ บริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรมคืนกำไรสู่สังคม ภายใต้คอนเซ็ปต์ "รวมพลคนรักแม่" ซึ่งจัดขึ้นมาต่อเนื่องทุกปี สำหรับครอบครัวศุภาลัยทุกโครงการและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างสรรค์ความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวศุภาลัย
    กิจกรรมสานสายใย อาทิเช่น กิจกรรมเจริญสติ-สมาธิเพื่อเพิ่มสายสัมพันธ์ในครอบครัว, กิจกรรมสายใยรักเพื่อเพิ่มความกตัญญูต่อบุพการี เป็นต้น
  • ถ่ายทอดสู่กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ด้านต่างๆ แก่ประชาชนทั่วไป โดยสามารถเข้าอบรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น การจัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม การจัดกิจกรรม Big Cleaning เพื่อทำความสะอาดตามโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ หลังน้ำลด รวมถึงการจัดกิจกรรมให้สมาชิกโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสังคมไทย ให้เป็นสังคมที่อบอุ่น มีสายสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยแก่พนักงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • การพัฒนาภายใต้แนวคิด Supalai Save Our World Save Your Money บริษัทฯ ออกแบบบ้านเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน โดยออกแบบเน้นบ้านและอาคารให้มีความเย็นโดยวิถีทางธรรมชาติ (Passive Cooling) ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมการสำหรับการทำให้เกิดความเย็นด้วยวิธีกลและพึ่งพาเทคโนโลยี (Active Cooling) เพื่อเป็นส่วนประกอบลักษณะผสมผสานกัน โดยก่อให้เกิดทางเลือกในการประหยัดพลังงานต่อภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ลดการใช้ไฟส่องสว่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ได้โดยที่ราคาก่อสร้างยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับบ้านทั่วไปตามท้องตลาด ส่งผลให้เกิดความคุ้มค่าในเรื่องราคา การใช้งานที่เหมาะสมและสามารถประหยัดค่าไฟฟ้า จากแนวคิดการออกแบบเพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ทำให้แต่ละโครงการของศุภาลัยเปรียบเสมือน Eco land ที่คอยช่วยโลกในการลดการเกิดสภาวะโลกร้อน
  • การให้ความรู้แก่พนักงาน และประชาชนทั่วไป ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การประหยัดพลังงานในบริษัทฯ โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณบันใดหนีไฟ เพื่อรณรงค์ให้พนักงานใช้บันไดหนีไฟแทนการใช้ลิฟท์ การจัดทำผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในครัวเรือนซึ่งสามารถย่อยสลายโดยธรรมชาติ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
  • การป้องกันมลพิษระหว่างก่อสร้าง ระหว่างก่อสร้างจัดทำรั้วโครงการ จัดทำผ้าใบคลุมตึกเพื่อลดเสียงและฝุ่น จัดสถานที่แบบปิดในการทำงานเพื่อลดความดังของเสียง ติดตั้งเครื่องตรวจสอบปริมาณเสียง และฝุ่นของแต่ละวัน จัดให้มีน้ำล้างล้อก่อนออกจากโครงการ เพื่อป้องกันเศษดินที่ติดอยู่ในล้อออกไปนอกโครงการ ฯลฯ
  • กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ปลูกป่าชายเลนและปล่อยเต่าทะเลเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศ และปลูกพรรณไม้ไทยในวรรณคดี ณ โรงเรียนบ้านผังสามัคคี อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ฯลฯ
  • จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างานประจำทุกโครงการก่อสร้าง เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ ตรวจสอบ กำกับดูแล ส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านความปลอดภัย
  • จัดกิจกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต่อชีวิต สุขภาพ ของพนักงาน และลูกค้า เช่น จัดกิจกรรม 5ส แก่พนักงาน โดยกำหนดเป็นนโยบาย 5ส และให้มีการตรวจติดตามการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวทุกปี รวมถึงมีการอบรมเรื่องความปลอดภัยและซ้อมอพยพหนีไฟประจำปีให้แก่พนักงานและลูกค้าที่เช่าอาคาร ฯลฯ
  • ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สินของพนักงาน และลูกค้า เช่น จัดกิจกรรม 5ส (สะสาง, สะดวก, สะอาด, สุขลักษณะ, สร้างนิสัย) การซ้อมอพยพหนีไฟประจำปีให้แก่พนักงานและลูกค้าที่เช่าอาคาร โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ด้านอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม การเข้าร่วมโครงการ "รวมแรงไทย รักษาน้ำใสทุกคูคลอง" เพื่อช่วยดูแลรักษาคูคลองอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย โดยพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงการให้ความรู้แก่พนักงาน และประชาชนทั่วไป ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัย เพื่อนำมาปรับใช้ในสถานที่ทำงาน และเผยแพร่ไปยังบุคคลภายนอก เช่น การอบรมเรื่อง "การประหยัดพลังงานของบริษัทฯ" การอบรมเรื่อง "การจัดทำผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน" ซึ่งสามารถย่อยสลายโดยธรรมชาติ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

สืบเนื่องจากนโยบายของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด "ศุภาลัย...ใส่ใจ สร้างสรรค์ สังคมไทย" ซึ่งเน้นการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อคืนกำไรสู่สังคมเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ จนถึงปัจจุบัน โดยมีความตระหนักถึงการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility : CSR) นอกจากนี้ ในปี 2555 บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดให้มีโครงการอบรม หัวข้อ "CSR กับการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร" โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้บรรยาย เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ CSR และทิศทางของบริษัทฯ ในการดำเนินกิจกรรม CSR อย่างยั่งยืนขององค์กร

ช). เศรษฐกิจ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้สามารถเติบโตเคียงคู่กันไปในอนาคต

  • การยึดมั่นการเป็นผู้ประกอบการที่ดี บริษัทฯ มีนโยบายการชำระภาษีให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตรงเวลา ซึ่งได้ยึดถือเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเงินภาษีที่ชำระจะสามารถนำไปพัฒนาประเทศ พัฒนาที่อยู่อาศัย พัฒนาอาชีพ สร้างความสะดวกสบาย ความปลอดภัยและความเจริญมั่งคงของประเทศ และในปี 2554 บริษัทฯ ได้รับรางวัลรัษฎากรพิพัฒน์จากกรมสรรพากร ซึ่งเป็นรางวัลผู้เสียภาษีที่ควรค่าแก่การยกย่องเชิดชู
  • การสร้างรายได้ในพื้นที่ที่เข้าไปพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ การที่บริษัทฯ ได้เข้าไปพัฒนาพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เป็นบ้านจัดสรรหรือโครงการอาคารสูง บางโครงการจะช่วยพัฒนาท่อระบายน้ำและถนนทางเข้าให้ดีขึ้น ส่งผลให้ประชากรในพื้นที่ดังกล่าวมีความกินดีอยู่ดีเพิ่มขึ้น จากธุรกิจเกิดใหม่ที่ทำให้สามารถเพิ่มการสร้างงาน สร้างอาชีพ เช่น ร้านซักรีด ร้านสะดวกซื้อ ร้านจัดสวน ร้านทำผม ฯลฯ
  • การพัฒนาบ้านประหยัดพลังงาน บริษัทฯ ได้รับรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น และรางวัลฉลากรับรองอาคารอนุรักษ์พลังงาน โดยส่งผลทางอ้อมที่สามารถช่วยชาติลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาแหล่งพลังงาน ได้แก่

    - ปี พ.ศ.2548 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น" ระดับดีเด่น แบบบ้านศุภิวัฒน์ ประเภทบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก จากโครงการศุภาลัย ออร์คิด ปาร์ค วัชรพล และแบบบ้านศุภกรัณย์ ประเภทบ้านเดี่ยวขนาดกลาง จากโครงการศุภาลัย ออร์คิด ปาร์ค พระราม 2 ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

    - ปี พ.ศ.2550 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น" ระดับดี แบบบ้านศุภพัฒน์ (ใหม่) ประเภทบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก จากโครงการศุภาลัยการ์เด้นวิลล์ วงแหวน ปิ่นเกล้า - พระราม 5 และแบบบ้านศุภธารินทร์ ประเภทบ้านเดี่ยวขนาดกลาง จากโครงการศุภาลัย สุวรรณภูมิ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

    - ปี พ.ศ.2551 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น" ระดับดี แบบบ้านศุภนุช (พิเศษ) และแบบบ้านศุภดรัล (ใหม่) ประเภทบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก จากโครงการศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ วงแหวน ปิ่นเกล้า - พระราม 5 ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

  • การพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาประหยัดสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้มีรายได้น้อย จึงได้เข้าร่วมโครงการ BOI กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพดีราคาประหยัดแก่ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางค่อนข้างน้อย ซึ่งมีจำนวนมากในสังคม

ซ). หน่วยงานราชการ

บริษัทฯ มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และรายงานผลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามระเบียบและกฎเกณฑ์ที่ทางภาครัฐกำหนด และให้ความร่วมมือ สนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนมุ่งมั่นดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐหรือเป็นโครงการที่บริษัทริเริ่มขึ้นเอง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังกำหนดให้มีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดต่อสื่อสาร เสนอแนะ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ หรือข้อร้องเรียนในกรณีที่เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่อคณะกรรมการของบริษัท ได้โดยตรง ซึ่งกำหนดช่องทางการรับแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียน การคุ้มครองสิทธิของผู้ให้ข้อมูล การรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนไว้เป็นความลับ โดยจำกัดให้เฉพาะผู้ที่รับผิดชอบที่มีหน้าที่ตรวจสอบประเด็นข้อร้องเรียนเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ และกรรมการอิสระเป็นผู้พิจารณาสั่งการและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีช่องทางต่างๆ ดังนี้ Supalai Smart Center เบอร์โทร 1720 และ 02-725-8899 "You call, We care" หรือเว็บไวต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) หรือ กล่องรับความคิดเห็นประจำโครงการ

หมวดที่ 4: การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Information Disclosure and Transparency)

บริษัทฯ มีนโยบายการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน โปร่งใส และทันการ โดยบริษัทฯ ให้มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการ รายละเอียดของโครงการ การดำเนินการโครงการให้กับลูกค้าทราบ และเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและฐานะการเงินของบริษัทฯ ให้กับผู้ถือหุ้น และเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงาน รวมทั้งมีระบบการควบคุมภายในที่ดี

  • การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการให้กับลูกค้า
    บริษัทฯ มีนโยบายการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ให้ลูกค้าทราบก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้าน เช่น เปิดเผยรายละเอียดของโครงการ ผังโครงการ มาตรฐานวัสดุก่อสร้าง
  • การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น
    บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลทางการเงิน พร้อมทั้งมีการวิเคราะห์ผลประกอบการ และฐานะการเงินของบริษัทฯ รวมถึงการรายงานข้อมูลและการตัดสินใจที่สำคัญต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ถือหุ้นเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาสและประจำปี พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท ได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นโดยเท่าเทียมกัน โดยดูแลให้มีการเปิดเผยสารสนเทศ ทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ เชื่อถือได้ และทันเวลา เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ได้รับทราบสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกันตามที่กำหนดโดยกฎหมาย องค์กรและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยมีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relation) สังกัดฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทฯ ในการติดต่อสื่อสาร และให้การดูแลต่อผู้ลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ถือหุ้น โดยการเผยแพร่ข้อมูลในเวลาที่เหมาะสมผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อมวลชน เว็บไซต์ โทรศัพท์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    สำหรับการเปิดเผยข้อมูล ทั้งกรณีปกติและกรณีเร่งด่วน ก่อนที่จะเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ จะต้องผ่านการพิจารณาในความถูกต้อง ครบถ้วน ความเพียงพอของข้อมูล จากคณะกรรมการบริษัทก่อนนำส่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเมื่อบริษัทฯ นำส่งข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจึงเผยแพร่ข้อมูล งบการเงินผ่าน IR Website ที่ www.supalai.com และ www.shareinvestor.com
    บริษัทฯ ดำเนินการเชิงรุกด้วยการออกไปพบปะนักวิเคราะห์และนักลงทุนต่างๆ โดยมีกรรมการบริหารและผู้บริหารซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านบัญชีและการเงิน ร่วมประชุมชี้แจงและเปิดโอกาสให้นักลงทุน นักวิเคราะห์ ตลอดจนผู้สนใจได้ซักถามข้อมูลต่างๆ นอกจากนักลงทุนในประเทศแล้ว บริษัทฯ ยังมีการเดินทางเพื่อนำเสนอข้อมูลและความคืบหน้าของบริษัทฯ แก่นักลงทุนต่างประเทศ (Road Show) และเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน อาทิเช่น รายงานประจำปี แบบ 56-1 ข้อมูลที่นำเสนอในวันพบปะนักลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า ได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการให้ข้อมูลข่าวสาร และเผยแพร่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างทั่วถึงสู่นักลงทุน ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกไตรมาส มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และเปิดเผยข้อมูลแก่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
    ในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการพบปะนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และนักลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งหมด 4 ครั้ง และบริษัทฯ ยังได้จัดทำบทความเรื่อง "แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจ ปี 2556" และ "แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์" โดยตีพิมพ์ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ นอกจากนี้ ผู้บริหารของบริษัทฯ ให้สัมภาษณ์และเข้าร่วมอภิปราย ทั้งในสถานีวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและมีบทบาทในสมาคมต่างๆ เพื่อรับใช้สังคม
    สำหรับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของบริษัทฯ ที่สำคัญ บริษัทฯ ได้ดำเนินการผ่านช่องทางต่างๆ และผ่านสื่อมวลชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง โดยมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
    1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
      1. รายงานประจำปี
      2. งบการเงินของบริษัท
      3. เอกสารแจ้งมติคณะกรรมการบริษัท และอื่นๆ
    2. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    3. กระทรวงพาณิชย์
    4. หนังสือพิมพ์
    5. นิตยสารและวารสาร
    6. โทรทัศน์
    7. ข่าวประชาสัมพันธ์บริษัท
    8. ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relation) ติดต่อ โทรศัพท์ 0-2725-8888 ต่อ 851 หรือ e-mail: ir_spali@supalai.com)
    9. เว็ปไซต์บริษัทฯ www.supalai.com
    10. การพบให้ข้อมูล และตัวต่อตัว (Company Visit / One-on One Meeting)
    11. การเดินทางไปให้ข้อมูลแก่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    12. การจัดประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Meeting)
    13. การจัดประชุมให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน
    14. การจัดส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์
  • การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานของบริษัทฯ
    บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงาน โดยการแจ้งผ่านระบบ Intranet รวมทั้งติดประกาศไว้ที่บอร์ดของบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานรับรู้ ทราบข่าวที่เป็นประโยชน์สำหรับพนักงานเอง เช่น
    • สวัสดิการ
    • ประกาศการแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานในบริษัทฯ
    • ประกาศการรับพนักงานเข้าใหม่
    • ประกาศเรื่องวันหยุดประจำปีของบริษัทฯ
    • ข่าวหรือข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม เรื่องสวัสดิการต่างๆ
    • ข่าวจากกรมสรรพากร เรื่องการยื่นภาษี หรือเรื่องเกี่ยวกับการจ่ายภาษี
หมวดที่ 5: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Board Responsibilities)

5.1 โครงสร้างของคณะกรรมการ

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ต่อบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการทั้งสิ้น 10 คน โดยการเลือกตั้งกรรมการเป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตามกฎหมายกำหนด ปัจุบันประกอบด้วย

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 4 คน
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 1 คน
กรรมการอิสระ 5 คน

โดยมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ คือ นายประทีป ตั้งมติธรรม หรือ นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม หรือ นายอธิป พีชานนท์ หรือ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม สองคนในสี่คนนี้ ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทฯ

เลขานุการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้งนางวารุณี ลภิธนานุวัฒน์ ซึ่งเป็นพนักงานประจำ ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานการเงินและบัญชี (E-mail : Varunee@supalai.com) ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการบริษัทตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 7/2551 เมื่อวันที่ 29/5/51 โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 29/5/51 ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ คุณสมบัติ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการบริษัท โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่และความรับผิดชอบหลัก ดังนี้

คุณสมบัติเลขานุการบริษัท

  1. มีความรอบรู้และเข้าใจในรูปแบบธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานเลขานุการบริษัท ได้แก่ หน้าที่ของกรรมการ หน้าที่ของบริษัทฯ และมีความรู้ ด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษาหาความรู้ และติดตาม ข้อมูล ข่าวสาร เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างสม่าเสมอ
  2. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับของบริษัทฯ ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่น ทุ่มเท และสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยอยู่ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  3. ยึดมั่นในจริยธรรม คุณธรรม อันดีงาม และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งจะไม่กระทำการใดๆ อันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของบริษัทฯ
  4. เก็บรักษาความลับของบริษัท ฯ ได้เป็นอย่างดี และไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัวจากโอกาสทางธุรกิจของบริษัทฯ
  5. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความสามารถในการติดต่อประสานงานกับฝ่ายงานและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ

หน้าที่และความรับผิดชอบของเลขานุการ

  1. ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่กรรมการ ในข้อกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ของบริษัทฯ ที่คณะกรรมการต้องทราบ และติดตามให้มีการปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ รวมถึงรายงานการเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดกฎหมายที่มีนัยสำคัญแก่กรรมการ
  2. จัดการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมคณะกรรมการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัทฯ และข้อพึงปฏิบัติต่างๆ
  3. บันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งติดตามให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
  4. จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนกรรมการ รายงานประจำปี หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท
  5. เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการ หรือ ผู้บริหาร และนำเสนอรายงานตามที่กฎหมายกำหนด
  6. ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศ ในส่วนที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานที่กำกับดูแล ตามระเบียบและข้อกำหนดของหน่วยงานราชการ
  7. ติดต่อและสื่อสารกับผู้ถือหุ้นทั่วไปให้ได้รับทราบสิทธิต่างๆ ของผู้ถือหุ้น และข่าวสารของบริษัทฯ
  8. ดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท

การกำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระ

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และรักษาสมดุลของการบริหารจัดการที่ดี บริษัทฯ ได้กำหนดนิยามความเป็นอิสระของ "กรรมการอิสระ" ที่เข้มงวดกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ดังนี้

  1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
  2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา ที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท หรือบริษัทย่อย
  4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรรมการอิสระ หรือผู้บริหาร ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี จากบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล ให้รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
  8. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ

การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุดย่อย

สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

5.2 คณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่โดยคำนึงถึงหลักการความซื่อตรง (Integrity) ความโปร่งใสตรวจสอบได้ (Transparency) ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง (Fairness) และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท แบ่งเป็น 2 ด้าน ดังนี้

  1. 1. การกำหนดทิศทาง นโยบาย และกลยุทธ์ทางธุรกิจ
    • ดูแลและจัดการให้การดำเนินการของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ บนพื้นฐานของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    • กำหนดวิสัยทัศน์ ทิศทางและกลยุทธ์ของบริษัทฯ การควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความรับผิดชอบและรักษาผลประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ ถูกต้อง ครบถ้วน มีมาตรฐาน และโปร่งใส ต่อผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
    • ให้ความเห็นชอบกลยุทธ์และนโยบายที่สำคัญ รวมถึงวัตถุประสงค์เป้าหมายทางการเงินและแผนงานบริษัทฯ รวมทั้งติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนด
    • พิจารณาอนุมัติงบประมาณในการลงทุนและในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ประจำปีรวมทั้งดูแลการใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
    • แต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนของประธานกรรมการบริหาร
    • ดูแลให้มีระบบหรือกลไกการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงที่เหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดแรงจูงใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
    • จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีสิ้นปีของบริษัทฯ และจัดประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อมีความจำเป็น
    • จัดประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส และในการประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมด การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นมติ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานของที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด
    • ให้คำปรึกษา ร่วมอภิปรายปัญหาอย่างกว้างขวางโดยทั่วกัน และวินิจฉัยด้วยดุลยพินิจที่รอบคอบ เรื่องที่เสนอตามวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัท
    • มอบอำนาจดำเนินการให้ประธานกรรมการบริหารในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนมีอำนาจแต่งตั้ง และถอดถอนพนักงานของบริษัทฯ รวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนในการทำงาน ตามนโยบายของคณะกรรมการ รวมทั้งมอบอำนาจดำเนินการแก่พนักงานที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของธุรกิจ
  2. 2. การติดตามการดำเนินงานของฝ่ายจัดการเพื่อตรวจสอบถ่วงดุล โดย
    • การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ
    • จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงินและการสอบบัญชี รวมทั้งดูแลให้มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    • ดูแลให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่มและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทฯ อย่างเหมาะสม
    • ให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส น่าเชื่อถือและมีมาตรฐานสูง
    • จัดให้มีการทำงบแสดงฐานะทางการเงินและงบกำไรขาดทุน ณ วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทฯ เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในการประชุมสามัญประจำปี เพื่อพิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน และคณะกรรมการบริษัท ต้องจัดให้ผู้สอบบัญชี ตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
    • จัดให้มีการรายงานข้อมูลทางการเงินข้อมูลและข้อมูลทั่วไปที่สำคัญต่อผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วนถูกต้อง และเพียงพอ และยืนยันการตรวจสอบรับรองข้อมูลที่รายงาน
    • สอดส่องดูแลและจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงรายการที่เกี่ยวโยงกัน
    • การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
    • กำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างครอบคลุม และดูแลให้ผู้บริหารมีระบบ หรือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง
    • จัดให้มีการควบคุมและตรวจสอบภายใน ตลอดจนจัดทำระบบการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน รวมทั้งควบคุมและบริหารความเสี่ยง
    • การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร
    • ทำการประเมินผลงานของคณะกรรมการบริหาร และกำหนดค่าตอบแทน ให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน
    • การเสนอขายหลักทรัพย์แก่พนักงานและกรรมการ
  3. การแต่งตั้งและการถอดถอนกรรมการบริษัท
    1. กรรมการของบริษัทเลือกตั้งโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน และมีกรรมการที่เป็นอิสระไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร และกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 คน ต้องเป็นผู้มีความรู้ด้านบัญชีและการเงิน โดยกรรมการต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด
    2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้คัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
      1. ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
      2. ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (1) เลือกตั้งบุคคลคนเดียว หรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
      3. บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่ากับจำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมา มีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
    3. ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 ใน 3 เป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3 กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรก และในปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทให้จับสลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลังๆ ต่อไปให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง
    4. กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัทฯ การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัทฯ
    5. ในการลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือ โดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
  4. การมอบอำนาจ โดยคณะกรรมการบริษัท

    บริษัทฯ โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อในนามบริษัทฯ สองในสี่คน ลงลายมือชื่อร่วมกันมอบอำนาจให้กรรมการท่านอื่น หรือบุคคลอื่น ดำเนินการแทน ในกิจการของบริษัทฯ ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ

    ทั้งนี้ การมอบหมายอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทนั้น จะไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจ หรือมอบอำนาจช่วงที่ทำให้คณะกรรมการบริษัท หรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริษัท สามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง (ตามนิยามไว้ในประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.) สำหรับทั้งบริษัทฯ และบริษัทย่อย

    • พิจารณาอนุมัติการทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เว้นแต่รายการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุมัติดังกล่าวจะเป็นไปตามประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.ล.ต.
    • พิจารณาอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน เว้นแต่รายการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุมัติดังกล่าวจะเป็นไปตามประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.ล.ต.
    • พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น เมื่อเห็นได้ว่าบริษัทฯ มีกำไรพอสมควรที่จะทำเช่นนั้น และรายงานการจ่ายเงินปันผลดังกล่าว ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมผู้ถือหุ้นคราวต่อไป
    • มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการกู้หรือการขอสินเชื่อใดๆ จากสถาบันการเงิน หรือการตั้งวงเงินทุนหมุนเวียนใหม่ (O/D) รวมตลอดถึงการใช้จ่ายเงินเพื่อการลงทุน เพื่อการจัดซื้อที่ดิน ภายในวงเงินแต่ละรายการที่เกินกว่า 200 ล้านบาท ต่อครั้ง
  5. การสรรหากรรมการบริษัท

    บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือก และกลั่นกรองบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อการคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยคำนึงถึงสัดส่วน จำนวน และองค์ประกอบของคณะกรรมการที่เหมาะสม

    ทั้งนี้ บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นได้ โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนอาจเสนอให้คณะกรรมการบริษัท จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการบริษัท หรือบุคคลภายนอก เพื่อทำหน้าที่สรรหากรรมการได้ และในกรณีที่ผลการคัดเลือกไม่มีบุคคลที่เหมาะสมจะดำเนินกระบวนการสรรหา หรือรับการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติใหม่ สำหรับการคัดเลือกกรรมการอิสระ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อกำหนดของบริษัทฯ และเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อเสนอชื่อต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเลือกตั้งเป็นรายบุคคล

    ในกรณีแต่งตั้งกรรมการที่ถึงกำหนดออกตามวาระ และแต่งตั้งกรรมการใหม่ตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

    1. ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
    2. ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (1) เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
    3. บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่ากับจำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
  6. อำนาจของคณะกรรมการบริษัท
    • คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งในปัจจุบันและในระยะยาว ทั้งนี้ รวมถึงการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์"และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
    • คณะกรรมการบริษัท มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และจะแต่งตั้งรองประธานกรรมการก็ได้ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
    • คณะกรรมการบริษัท มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารและมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดๆ เป็นเลขานุการบริษัทตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
  7. การประชุมคณะกรรมการบริษัท

    บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยกำหนดให้กรรมการมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น โดยในการประชุมจะมีการกำหนดวัน เวลา และวาระการประชุมไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน และมีการส่งหนังสือนัดประชุมและเอกสารประกอบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่จะมีกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อประโยชน์ของบริษัทฯ และบริษัทฯ ได้บันทึกรายงานการประชุมทุกครั้ง และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริษัทแล้วพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ครบถ้วน

    • ในการประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการให้รองประธานกรรมการเป็นประธาน ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
    • การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
    • กรรมการคนหนึ่งมีเสียง 1 เสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก 1 เสียงเป็นเสียงชี้ขาด
    • ในการเรียกประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายส่งหนังสือนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนประวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทฯ จะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่นและกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้
  8. ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ คือ นายทวี หนุนภักดี ซึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณะกรรมการบริษัท ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ อาทิ นโยบายของบริษัทฯ เรื่องที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่วางไว้ รวมทั้งกิจการสำคัญอื่นๆ ที่หากทำไปแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือส่งผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

5.3 คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้งกรรมการที่มีความรู้ ความชำนาญที่เหมาะสมเป็นคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยปฏิบัติงานในการศึกษาและกลั่นกรองเรื่องสำคัญ ที่ต้องการดูแลอย่างใกล้ชิดในแต่ละด้าน และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ ประกอบด้วย คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

5.4 คณะกรรมการจัดการ

คณะกรรมการจัดการ ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ กรรมการบริหาร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โดยคณะกรรมการจัดการ มีการประชุมทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการจัดการ

ด้านการเงิน

  • ลงนามสั่งจ่ายเช็ค หรือสั่งจ่ายเงินออกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร
  • พิจารณาอนุมัติการซื้อ/ไถ่ถอน/ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงิน, ตั๋วแลกเงิน, ตราสารการเงินอื่น ที่ออกโดยสถาบันการเงิน
  • พิจารณาอนุมัติการลดหนี้ทางการค้าปกติ/ตามสัญญา
  • พิจารณาอนุมัติการโอนเงินระหว่างธนาคาร

ด้านบริการลูกค้า

  • พิจารณาอนุมัติการเลื่อนโอนกรรมสิทธิ์ และอนุมัติบอกเลิกสัญญา

ด้านนิติกรรม

  • พิจารณาอนุมัติการซื้อที่ดิน/จัดสรรที่ดิน/ขออนุญาตจากหน่วยงานราชการ

ด้านบุคคล

  • พิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างเริ่มต้น
  • พิจารณาอนุมัติอัตราค่าจ้าง การปรับตำแหน่งเงินเดือนระหว่างปี ทุนการศึกษา และสวัสดิการ
  • พิจารณาอนุมัติการจ้างงาน บรรจุ โยกย้าย พักงาน ปลดออก ไล่ออก ลาออก และเลิกจ้าง
  • พิจารณาอนุมัติการเลื่อนตำแหน่งต่ำกว่าผู้อำนวยการฝ่าย

งานโฆษณาและประชาสัมพันธ์

  • พิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายโฆษณาที่จะเกิดขึ้นจริงตามที่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากคณะกรรมการ
  • พิจารณาอนุมัติแผนการตลาด-ขาย และออกข้อกำหนดการขาย

ทั้งนี้การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่กรรมการจัดการนั้น จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย เว้นแต่เป็นการดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัทฯ และได้รับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่มีกรรมการอิสระเข้าร่วมประชุม และได้กำหนดการพิจารณาชัดเจนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฏเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่กำหนด

5.5 คณะกรรมการบริหาร

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร

  1. กำหนดแนวทางและกลยุทธ์ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
  2. ทบทวนผลการดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว ให้บรรลุเป้าหมายธุรกิจ
  3. ประเมินและกลั่นกรองโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และงบประมาณประจำปี ก่อนส่งให้คณะกรรมการพิจารณา
  4. ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องที่มีความสำคัญ
  5. เป็นผู้แทนของบริษัทฯ และดำเนินการในนามของบริษัทฯ กับบุคคลภายนอก
  6. มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการใช้จ่ายเงินเพื่อการลงทุน เพื่อการจัดซื้อที่ดินภายในวงเงินแต่ละรายการไม่เกินกว่า 200 ล้านบาท ต่อครั้ง

นอกจากนี้ กรรมการบริหาร 2 ท่าน มีอำนาจพิจารณาอนุมัติ เพื่อการจัดซื้อที่ดิน ภายในวงเงินแต่ละรายการไม่เกินกว่า 100 ล้านบาทต่อครั้ง ส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท คณะกรรมการบริหารมีอำนาจพิจารณาอนุมัติ และกรรมการบริหารแต่ละท่านมีอำนาจพิจารณาอนุมัติการจัดซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างภายในวงเงินแต่ละรายการไม่เกิน 500,000 บาท

ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่กรรมการบริหารนั้น จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทฯหรือบริษัทย่อย เว้นแต่เป็นการดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัทฯ และได้รับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่มีกรรมการอิสระเข้าร่วมประชุม และได้กำหนดกรอบการพิจารณาชัดเจนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่กำหนด

ประธานกรรมการบริหาร

หน้าที่และความรับผิดชอบของประธานกรรมการบริหาร

  1. จัดการงานและดำเนินงานของบริษัทฯ ตามนโยบายและอำนาจที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด
  2. กำหนดเป้าหมายธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในแผนธุรกิจประจำปี รวมทั้งงบประมาณค่าใช้จ่าย และแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว ให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติและมีหน้าที่รายงานความก้าวหน้าตามแผนและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติดังกล่าวต่อคณะกรรมการในทุกๆ 3 เดือน
  3. บริหารการปฏิบัติงานผ่านคณะกรรมการจัดการ ให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนธุรกิจ โดยสร้างความสามารถการแข่งขัน และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น
  4. จัดสรรทรัพยากร และสรรหาบุคคลากรที่มีศักยภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  5. บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย พนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
  6. ส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง และสนับสนุนวิสัยทัศน์ และการเติบโตของธุรกิจ
  7. ติดตามการดำเนินงานของบริษัทฯอย่างใกล้ชิด วัดผลการดำเนินการและรายงานถึงกิจการที่ฝ่ายจัดการได้กระทำไปแล้ว ต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นระยะและทันสถานการณ์
  8. พิจารณากลั่นกรองและนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทในเรื่องเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ เรื่องที่หากทำไปแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญแก่กิจการของบริษัทฯ และเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  9. จัดทำรายละเอียดอำนาจดำเนินการภายในบริษัทฯ เพื่อกระจายอำนาจให้พนักงานสามารถปฏิบัติงาน และตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวโดยไม่เสียการควบคุมเพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
  10. ทำรายงานสถานะการเงิน และงบการเงิน ให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติทุกๆ ไตรมาส
  11. มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการจัดซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างภายในวงเงินสำหรับแต่ละรายการที่เกินกว่า 500,000 บาท

ทั้งนี้การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่ประธานกรรมการบริหารนั้น จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทฯหรือบริษัทย่อย เว้นแต่เป็นการดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัทฯ และได้รับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่มีกรรมการอิสระเข้าร่วมประชุม และได้กำหนดกรอบการพิจารณาชัดเจนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่กำหนด

การประชุมกรรมการแต่ละคณะ ในปี 2555

รายนามคณะกรรมการบริษั คณะกรรมการ
(ประชุมทั้งหมด 12ครั้ง)
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
(ประชุมทั้งหมด 1 ครั้ง)
คณะกรรมการตรวจสอบ
(ประชุมทั้งหมด 12 ครั้ง)
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
(ประชุมทั้งหมด 2 ครั้ง)
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
(ประชุมทั้งหมด 1 ครั้ง)
นายประทีป ตั้งมติธรรม 11/12 1/1 - - -
นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม 12/12 1/1 - - -
นายอธิป พีชานนท์ 12/12 1/1 - - 1/1
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม 12/12 1/1 - - -
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม 12/12 - - - 1/1
นายประกิต ประทีปะเสน 11/12 - 11/12 2/2 -
นายประสพ สนองชาติ 10/12 - - 2/2 1/1
ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง 12/12 - - 2/2 1/1
นายอนันต์ เกตุพิทยา 12/12 1/1 - - -
ผศ. อัศวิน พิชญโยธิน 12/12 - - - -

5.6 ประวัติการกระทำผิดกฎหมาย

คณะกรรมการและคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ไม่มีประวัติการกระทำความผิดอาญาในความผิดที่กี่ยวกับทรัพย์ซึ่งได้กระทำโดยทุจริต และไม่มีผู้ใดถูกพิพากษาว่ากระทำผิดทางอาญาหรืออยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องคดีอาญา การถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์ รวมทั้งไม่มีประวัติการทำรายการที่อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ ในรอบปีที่ผ่านมา

5.7 ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัทกำหนดวิสัยทัศน์ที่จะเป็น "ผู้นำในด้านการสร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม" และกำหนดภารกิจว่าจะต้อง "สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างผลประกอบการที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน" จึงมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกประเภท (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุด) เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างศักยภาพในการเจริญเติบโต ทั้งยังเป็นบริษัทฯ ที่มีการพัฒนาบ้านอนุรักษ์พลังงาน โดยให้ความใส่ใจในรายละเอียดทั้งด้านประโยชน์ใช้สอย การวางพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ทั้งวัสดุอุปกรณ์และสไตล์แบบบ้าน นอกจากนี้ยังตระหนักถึงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่กำลังจะหมดไป จึงได้ใช้หลักทั้งศาสตร์และศิลป์มาพัฒนาแบบและสร้างบ้านที่ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ให้ประโยชน์สูงสุดกับผู้อยู่อาศัย เพื่อสร้างความพึงพอใจกับลูกค้า โดยปี 2548 บริษัทฯ ได้รับรางวัลดีเด่นบ้านอนุรักษ์พลังงาน 2 แบบ คือ ศุภกรัณย์และศุภิวัฒน์ และต่อมาในปี 2550 ได้รับรางวัล "บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงาน" คือ รางวัลดีแบบศุภพัฒน์ (ใหม่) และรางวัลชมเชยแบบศุภธารินทร์ จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน อีกทั้งในปี 2550 บริษัทฯ ยังได้มีการขอการรับรองระบบ ISO 9001:2000 และในปี 2553 ได้รับการรับรองระบบ ISO 9001:2008 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ช่วยในการบริหารงานและการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน และบริษัทฯ ได้รับประกาศเกียรติคุณการเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดี ประจำปีพุทธศักราช 2550 -2551 และ ปีพุทธศักราช 2552 - 2553 จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี จากที่กล่าวข้างต้นนับเป็นความสำเร็จด้านหนึ่งของบริษัทฯ

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ในยามที่เศรษฐกิจวิกฤติบริษัทฯ ไม่ต้องเข้าแผนฟื้นฟู และในภาวะเศรษฐกิจดี บริษัทฯ มีผลประกอบการที่โดดเด่นอยู่ในชั้นแนวหน้า ซึ่งจะเห็นได้จากผลประกอบการของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นยอดขายหรือยอดรับรู้รายได้ก็ตามโดดเด่นเป็นพิเศษกว่าอุตสาหกรรมเฉลี่ย เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นบริษัทที่มีวิสัยทัศน์

5.8 ความขัดแย้งของผลประโยชน์

บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกคน จะไม่ใช้ข้อมูลจากตำแหน่งหน้าที่ไปสร้างประโยชน์ส่วนตน และในการตัดสินใจทางธุรกิจจะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยจะต้องไม่นำเหตุผลส่วนตนหรือบุคคลในครอบครัวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจที่ทำให้เบี่ยงเบนไปจากหลักการข้างต้น โดยที่กรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานที่มีส่วนได้เสียในรายการนั้น จะต้องไม่มีส่วนในการพิจารณาอนุมัติโดยบริษัทฯ ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) อย่างครบถ้วน นอกจากนี้บริษัทฯ ห้ามไม่ให้ผู้บริหารและพนักงานประกอบธุรกิจหรือมีส่วนร่วมในธุรกิจที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของกลุ่มบริษัทไม่ว่ากรรมการ ผู้บริหารและพนักงานดังกล่าวจะได้รับผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม โดยได้ระบุไว้ในคู่มือจรรยาบรรณของบริษัทอย่างชัดเจน แต่หากจะมีการทำรายการที่เกี่ยวข้องกันหรือรายการที่มีความขัดแย้งของผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายในการพิจารณาและอนุมัติรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ รายละเอียดของรายการ มูลค่ารายการ เหตุผลและความจำเป็นไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีและรายงานประจำปี ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน กลต. และต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาดูแลให้รายการระหว่างกันเป็นไปอย่างยุติธรรม สมเหตุสมผล และมีนโยบายการกำหนดราคาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

5.9 ปรัชญาการบริหาร

เพื่อสังคมคุณภาพของ "ชาวศุภาลัย" บริษัทฯ จึงตั้งมั่นในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา พัฒนาสังคมให้มีความปลอดภัย อบอุ่น พัฒนาการบริการที่ดีด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า โดยยึดมั่นในปรัชญาการบริหารงาน

S (SUPERIORITY) : ความเป็นเลิศ
P (PROFITABILITY) : กำไรผลตอบแทน
  • ลูกค้า
  • : ได้กำไรเป็นเงิน หรือกำไรชีวิต
  • พนักงาน
  • : มีรายได้-สวัสดิการที่ดี มีความสุขกับงาน
  • ผู้รับเหมา/คู่ค้า
  • : ร่วมธุรกิจด้วยความพอใจ และเป็นธรรม
  • สังคม
  • : ได้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงการของบริษัท
  • ผู้ถือหุ้น
  • : ได้เงินปันผล และมูลค่าเพิ่มจากการถือหุ้น
    L (LONGEVITY) : ความยั่งยืนถาวร

    5.10 การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

    บริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการบริษัทในจำนวนที่เหมาะสม คือ มีจำนวน 10 ท่าน และที่ปรึกษาคณะกรรมการ 1 ท่าน คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย

    • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 4 ท่าน
    • กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 1 ท่าน
    • กรรมการอิสระ จำนวน 5 ท่าน

    กรรมการอิสระ คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด และในคณะกรรมการ มีกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถด้านการเงินและบัญชี 5 ท่าน ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท กรรมการทุกคนได้ทำหน้าที่กำกับดูแล โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น

    5.11 การรวมหรือแยกตำแหน่ง

    บริษัทฯ ได้รวมตำแหน่งประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการบริหารและประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามในการประชุมทุกครั้งมติต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติจะต้องเป็นมติเสียงข้างมาก ประธานกรรมการจะออกเสียงก็ต่อเมื่อคะแนนเสียงเท่ากัน ส่วนการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญจะต้องได้รับมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการบริษัททุกท่านที่ได้เข้าร่วมประชุม หากมีกรรมการท่านใดท่านหนึ่งไม่เห็นชอบถือว่าวาระนั้นไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และกรณีที่ประธานกรรมการมีส่วนได้เสียในวาระนั้นๆ ประธานกรรมการจะงดออกเสียง

    5.12 การจำกัดจำนวนบริษัทการดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ

    บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการจำกัดจำนวนบริษัทการดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการและได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.supalai.com หากประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทอื่นๆ จำนวนที่มากเกินไป อาจมีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายว่าด้วยการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์สูงสุดในการที่ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ สามารถอุทิศเวลาสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้

    1. ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ สามารถดำรงตำแหน่งในบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อย และบริษัทร่วมได้
    2. การดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่น ซึ่งมีลักษณะเป็นการแข่งขันหรือคล้ายคลึงกันกับธุรกิจหรือของกลุ่มบริษัทฯ ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมผู้ถือหุ้น พิจารณาอนุมัติเห็นชอบตามลำดับ ก่อนเข้ารับการดำรงตำแหน่งนั้น
    3. การดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอื่นใดนอกจากข้อ 1 และ 2 ซึ่งเมื่อนับรวมกันแล้วเกิน 5 แห่ง ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก่อนเข้ารับการดำรงตำแหน่งนั้น

    5.13 ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

    บริษัทฯ ได้กำหนดผลตอบแทนของกรรมการอย่างโปร่งใส โดยพิจารณาจากกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันประกอบ ทั้งนี้ ค่าตอบแทนดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง สำหรับการปรับเงินเดือนและค่าตอบแทนพิเศษของผู้บริหารจะได้รับการพิจารณากำหนดโดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และผลการดำเนินงานของผู้บริหารแต่ละท่าน

    5.14 ปฐมนิเทศกรรมการใหม่

    บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทเพื่อให้กรรมการเข้ารับตำแหน่งสามารถรับทราบความคาดหวังที่บริษัทฯ มีต่อบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการ นโยบาย ธุรกิจของบริษัทฯ และแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนสร้างความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจ และการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงการเข้าเยี่ยมชมหน่วยงานหน่วยธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทฯ ปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที สรุปได้ดังนี้

    1. ประสานงานในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯ ในด้านกฎหมายและอื่นๆ แก่คณะกรรมการบริษัท
    2. ดำเนินการส่งมอบ "คู่มือสำหรับกรรมการ" ให้กับกรรมการท่านใหม่ เป็นเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลบริษัทฯ และกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องอันจะเป็นประโยชน์สำหรับการเป็นคณะกรรมการบริษัทฯให้กับกรรมการ โดยมีเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงานการส่งมอบคู่มือฯ ทั้งนี้ คู่มือสำหรับกรรมการ ประกอบด้วย
      1. ข้อบังคับบริษัท
      2. วัตถุประสงค์ของบริษัท
      3. หนังสือรับรองของบริษัท
      4. พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
      5. พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
      6. คู่มือกรรมการบริษัทจดทะเบียน
      7. กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท และกฎบัตรคณะกรรมการชุดย่อย
      8. จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของคณะกรรมการบริษัท
      9. คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายบริษัทฯ ด้านอื่นๆ
    3. จัดให้มีการพบปะกับประธานกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยและผู้บริหารของบริษัท เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในการที่จะนำมาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ โดยมีการนำเสนอภาพรวมและรายละเอียดหัวข้อต่างๆ ดังนี้
      • วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประวัติบริษัทฯ
      • กลยุทธ์ และเป้าหมายบริษัทฯ
      • โครงสร้างการบริหารงาน
      • ข้อมูลการดำเนินงานและกิจกรรมของบริษัทฯ
      • บทบาท อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ
      • นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
      • ประวัติโดยสังเขปของกรรมการท่านอื่นและผู้บริหาร
      • คุณสมบัติและค่าตอบแทนกรรมการ
    4. 5.15 แผนการสืบทอดตำแหน่ง

      บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยแผนการสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การจัดวางกำลังคน และเป็นภารกิจย่อยของยุทธศาสตร์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ โดยบริษัทฯ มีแผนการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งงานบริหารที่สำคัญทุกระดับให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ โดยมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารของบริษัทฯ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณา สำหรับการสรรหาคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทฯ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้จัดให้มีการติดตามความคืบหน้าแผนสืบทอดตำแหน่งที่ครอบคลุมตำแหน่ง ดังนี้

      1) ระดับประธานกรรมการบริหาร / กรรมการผู้จัดการ

      เมื่อตำแหน่งผู้บริหารระดับประธานกรรมการบริหาร / กรรมการผู้จัดการว่างลงหรือผู้อยู่ในตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้ บริษัทฯ จะมีระบบการให้ผู้บริหารในระดับใกล้เคียง หรือระดับรองเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งจนกว่าจะมีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด และต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ ความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร โดยการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้สรรหา เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้ที่มีความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งแทนต่อไป

      2) ระดับผู้บริหาร

      เมื่อตำแหน่งระดับผู้บริหารตั้งแต่ผู้อำนวยการขึ้นไปว่างลง หรือผู้อยู่ในตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้ บริษัทฯ จะมีนำเสนอทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งที่คัดเลือกไว้เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ การวางแผนการสืบทอดตำแหน่งของบริษัทฯ ระดับผู้บริหารมีกระบวนการ ดังนี้

      1. วิเคราะห์สถานการณ์การประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ในด้านกลยุทธ์บริษัทฯ นโยบาย แผนการลงทุน แผนงานการขยายตัว
      2. ประเมินความพร้อมของกำลังคนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว/li>
      3. กำหนดแผนสร้างความพร้อมของกำลังคน โดยจะพัฒนาพนักงานหรือสรรหาพนักงานเพื่อเตรียมทดแทนคนที่ออก
      4. สร้างแผนสรรหาพนักงาน (Recruitment) และพัฒนาฝึกอบรมพนักงาน (Employee Training and Development) ไว้ได้ล่วงหน้า ก่อนพนักงานจะเกษียณหรือออกจากตำแหน่งก่อนเวลา
      5. กำหนดความสามารถ (Competencies) ซึ่งหมายถึง ความรู้ ทักษะ บุคลิกภาพ และทัศนคติที่พึงปรารถนาของพนักงานในตำแหน่งนั้นๆ และจัดทำแผนพัฒนาเป็นรายบุคคล (Individual Development Plan)
      6. คัดเลือก ประเมินผลงาน และประเมินศักยภาพของพนักงานเพื่อพิจารณาความเหมาะสม
      7. ใช้เครื่องมือทดสอบและประเมินบุคลากรเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของพนักงาน
      8. 8. ระบุทายาทผู้สืบทอดตำแหน่ง จากการประเมินและวิเคราะห์ศักยภาพ ผลงาน ของพนักงาน ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมอบและเรียนรู้งาน และกำหนดหาทายาทสำรอง
      9. 9. พัฒนาและประเมินพนักงานที่คาดว่าจะเป็นทายาทว่าจะสามารถมีพัฒนาการ และสร้างผลงานตามที่คาดหวังได้จริง หากไม่เป็นตามคาดหมายการเปลี่ยนตัวย่อมสามารถทำได้

      ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

      5.16 การสรรหากรรมการบริษัท

      คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน มีการกำหนดหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการสรรหากรรมการและผู้บริหาร ไว้อย่างเป็นระบบ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลพิจารณาเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทล่วงหน้า โดยมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้พิจารณา เพื่อสรรหารวมกับบุคคลอื่นตามหลักเกณฑ์การสรรหาบุคคลเข้าเป็นกรรมการบริษัท สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรรมการบริษัท จะทำการคัดเลือกและกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการบริษัท โดยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายอาชีพ มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรม มีประวัติการทำงานโปร่งใสไม่ด่างพร้อย รวมทั้งมีความสามารถในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ ซึ่งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนที่ทำการคัดเลือกทุกท่าน จะทำการตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล (Informed Judgment) โดยมีวุฒิภาวะและความมั่นคง เป็นผู้รับฟังที่ดี และกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและเป็นอิสระ พร้อมทั้งมีคุณธรรมและความรับผิดชอบ (Integrity and Accountability)โดยยึดมั่นในการทำงานอย่างมีหลักการและมาตรฐานเยี่ยงมืออาชีพ จากนั้นจะได้เสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาก่อนเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อ พิจารณาอนุมัติต่อไป

      5.17 รายการเกี่ยวโยง

      บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยรายการเกี่ยวโยงกัน โดยกำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติ กระบวนการในการพิจารณาและอนุมัติรายการ ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

      5.18 การบริหารความเสี่ยง

      บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการบริหารความเสี่ยง โดยกำหนดกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง ครอบคลุม ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ด้านการดำเนินการ ด้านนโยบาย ด้านการเงิน ด้านเหตุการณ์ภายนอก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของบริษัทฯ ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ โดยครอบคลุมถึง

      • เหตุที่มาของความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ทั้งในทางการเงิน และไม่ใช่การเงิน และจัดให้มีการทบทวนความเสี่ยงทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนของบริษัทฯ
      • ประเภทความเสี่ยง และกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตอบสนองความเสี่ยงต่อบริษัทฯ
      • การประเมินความเสี่ยง โดยการเพิ่มมาตรการในการประเมินความเสี่ยงเพื่อให้เกิดความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงปริมาณ และ/หรือ เชิงคุณภาพ
      • การจัดการความเสี่ยง และการติดตามดูแลความเสี่ยงแต่ละประเภทตามลำดับความสำคัญ โดยมีการติดตามดูแลความเสี่ยงทุกไตรมาส

      ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

      5.19 การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัท

      บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยตนเองของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยให้คณะกรรมการบริษัทได้มีการพิจารณาทบทวนผลงาน ประเด็นและอุปสรรคต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา และเพื่อประสิทธิผลการทำงานของคณะกรรมการ ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี ใน 2 ลักษณะ คือ 1) การประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม 2) การประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของกรรมการรายบุคคล ซึ่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานที่กำหนดจะสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองปีละ 1 ครั้ง

      สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยตนเอง ของคณะกรรมการชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเอง เป็นประจำทุกปีด้วยเช่นกัน โดยในปี 2555 ได้ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด และเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัทเรียบร้อยแล้ว

      5.20 การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร

      ให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยจัดให้มีการประเมินปีละ 1 ครั้ง คือ เดือน ธันวาคมของทุกปี โดยมีหลักเกณฑ์ การประเมินผลการปฏิบัติงานจากหัวข้อการประเมิน ดังนี้

      1. การบริหารงานตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ เป้าหมายธุรกิจ และแผนธุรกิจประจำปี
      2. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อการเจริญเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน
      3. การพัฒนาส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง
      4. การกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาล
      5. การบริหาร และดำเนินงานตามนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ข้อกฎหมาย และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
      6. การบริหารงานภายใน เพื่อลดความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

      5.21 การพัฒนาและการส่งเสริมความรู้ให้กับกรรมการ และผู้บริหาร

      คณะกรรมการบริษัท สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาความรู้ให้กับกรรมการทุกคนอย่างจริงจังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานด้านสนับสนุนงานเลขานุการบริษัท เข้าร่วมสัมมนาและเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสถาบันอิสระอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในส่วนของหน้าที่และความรับผิดชอบกรรมการ หรือแนวทางการบริหารจัดการแนวใหม่ เพื่อให้กรรมการบริษัททุกคนมีการพัฒนา และปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำความรู้ต่างๆ มาปรับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และนำความรู้มาใช้ประโยชน์กับบริษัทฯต่อไป ซึ่งในปี 2555 ได้สนับสนุนกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมเสวนา หัวข้อ การสร้างแนวร่วมปฏิบัติ (Collection Action) ในการต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนไทย และอบรม หลักสูตร ประกาศนียบัตรเน้นการเตรียมข้อมูลก่อนเข้าประชุมให้ถูกต้องและเพียงพอ รวมทั้งการรายงานให้มีประสิทธิภาพ (Board Report Programming) หลักสูตรประกาศนียบัตรเน้นทักษะการจดบันทึกรายงานการประชุมให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Effective Minutes Taking)

      5.22 การดูแลด้านการใช้ข้อมูลภายใน

      บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งเป็นนโยบายป้องกันกรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง สรุปรายละเอียดได้ ดังนี้

      • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องไม่นำข้อมูลภายในของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ ที่ตนได้รับทราบจากการปฏิบัติหน้าที่ ไปซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือบุคคลอื่น และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
      • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องรักษาความลับ และข้อมูลภายใน ในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ ไม่ให้ตกไปยังบุคคลอื่น รวมทั้ง บุคลากรของบริษัทฯ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
      • บริษัทฯ มีการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน โดยจำกัดการเข้าถึงข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน โดยให้รับรู้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องและที่จำเป็นเท่านั้น และจัดระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายใน โดยเจ้าของข้อมูลต้องกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
      • การเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปโดยบุคลากรของบริษัทฯ ที่มีอำนาจหน้าที่ บุคลากรทั่วไปไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูล เมื่อถูกถามให้เปิดเผยข้อมูลที่ตนไม่มีหน้าที่เปิดเผย ให้แนะนำผู้ถามสอบถามผู้ที่ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลนั้น เพื่อให้การให้ข้อมูลถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
      • นอกจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว บริษัทฯ ถือว่าข้อมูลต่างๆ ของบริษัทเป็นข้อมูลที่ใช้ภายในเท่านั้น ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องใช้ข้อมูลนั้นภายใต้กรอบหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย
      • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน มีหน้าที่ในการป้องกันรักษาข้อมูล และไม่หาประโยชน์จากข้อมูลภายใน แม้พ้นสภาพหรือสิ้นสุดการปฏิบัติงานที่บริษัทฯ ไปแล้ว
      • กรรมการ และผู้บริหาร มีหน้าที่รายงานการถือครองหลักทรัพย์ และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ตามาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้ง ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะเผยแพร่งบการเงินต่อสาธารณชน
      • บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ ในวันเดียวกับวันที่รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
      • บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารที่ได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ จะต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน และห้ามเปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น
      • บริษัทฯ รณรงค์ในการละเว้นการใช้ข้อมูลภายในผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การออกหุ้นเพิ่มทุน การออกหุ้นกู้ เป็นต้น
      • การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต จนทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และลูกค้า ผู้นั้นต้องรับผิดทางกฎหมาย

      5.23 การรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการ

      บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานให้บริษัทฯ ทราบถึงการมีส่วนได้เสียของตน หรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารรจัดการกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ตามมาตรา 89/14 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพื่อให้บริษัทฯมีข้อมูลประกอบการดำเนินการตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และอาจนำไปสู่การถ่ายเทผลประโยชน์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยได้ รวมถึงการที่กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งต้องตัดสินใจโดยไม่มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจข้อมูลในรายงานดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ต่อการติดตามดูแลให้การทำหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารเป็นไปตามหลักการดังกล่าว

      ด้านการรายงาน

      1. 1. กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานให้บริษัท ทราบถึงการมีส่วนได้เสียของตน หรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง กรณีเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย โดยกรอกแบบแจ้งรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร ดังนี้
        • รายงานในครั้งแรก : ให้รายงานภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นับจากวันที่เกิดรายการการมีส่วนได้เสีย
        • รายงานการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการมีส่วนได้เสีย : ให้รายงานโดยมิชักช้าภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล โดยระบุแจ้งการเปลี่ยนแปลงครั้งที่เท่าใดไว้ด้วย
      2. กรรมการและผู้บริหารส่งแบบแจ้งรายงานการมีส่วนได้เสียของตนหรือของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้เลขานุการบริษัททันที หรือภายในเวลาที่กำหนด
      3. เลขานุการบริษัท ดำเนินการดังนี้
        • จัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียตามมาตรา 89/14 ให้ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับรายงานนั้น
        • เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่กรรมการและผู้บริหารรายงานต่อบริษัทฯ
        • เปิดเผยข้อมูลการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหารในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)

      ด้านบทกำหนดโทษ

      ตามบทบัญญัติแห่งกฏหมาย กำหนดดังนี้

      1. มาตรา 281/2 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ กำหนดให้กรรมการหรือผู้บริหารผู้ใด ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา 89/7 จนเป็นเหตุให้บริษัท ได้รับความเสียหายหรือทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินจำนวนค่าเสียหายที่เกิดขึ้น หรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท
      2. มาตรา 281/3 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ กำหนดให้กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 89/14 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
      3. มาตรา 281/5 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ กำหนดให้เลขานุการบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่กำหนดตามมาตรา 89/15 (1) (2) หรือ (3) หรือมาตรา 89/16 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
      4. มาตรา 203 แห่ง พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 กำหนดให้กรรมการบริษัทคนใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 88 หรือ ปฏิบัติตามแต่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ตรงกับความจริง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

      5.24 การควบคุมภายใน

      คณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารของบริษัทฯ ทุกระดับ ให้ความสำคัญต่อการควบคุมภายในที่ดี และผูกพันในการดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงและความเพียงพอของการควบคุมภายในสำหรับการดำเนินงานทุกด้านของบริษัทฯ โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานของบริษัทฯ ยึดถือแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการควบคุมภายในเพื่อเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพนักงาน

      บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลและกำหนดวัฒนธรรมของการควบคุม โดยจัดทำนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงจัดให้มีการฝึกอบรม และให้ความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานแก่พนักงาน อันเป็นการส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีคู่มือพนักงาน ซึ่งกำหนดระเบียบวินัยจรรยาบรรณในวิชาชีพ และบทลงโทษกรณีการกระทำความผิดระเบียบวินัย และความผิดขั้นร้ายแรงไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งของการกำกับดูแล และเสริมสร้างวัฒนธรรมของการควบคุมที่สอดคล้องกันในทุกระดับขององค์กรอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้จัดให้มีการพัฒนาอบรมหลักสูตรการอบรมเรื่อง แนวทางการบริหารความเสี่ยงขององค์กรยุคใหม่ ให้แก่พนักงานใหม่ทุกคนเป็นประจำทุกปี และได้บรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการฝึกอบรมประจำปี

      บริษัทฯ ตระหนักเสมอว่า การควบคุมภายในเป็นกระบวนการที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และเกิดความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์สร้างผลประโยชน์ตอบแทนในระยะยาว การรายงานข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานอย่างน่าเชื่อถือ การปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ และป้องกันมิให้เกิดการกระทำอันอาจก่อความเสียหายต่อทรัพย์สินและชื่อเสียงของบริษัทฯ จึงจัดให้มีการติดตามประเมินผลของการควบคุมภายใน ทั้งระหว่างการปฏิบัติงานและการติดตามประเมินผลเป็นรายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมภายในยังคงมีความสอดคล้อง และจัดการกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาได้ ซึ่งข้อบกพร่องของการควบคุมภายในที่พบจะรายงานต่อผู้บริหารที่กำกับดูแลทันที และข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญจะรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัทตามความเหมาะสม

      ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 12 / 2555 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2555 คณะกรรมการบริษัท ได้ประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัท บริษัทฯ ได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานสากลของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Tread way Commission ที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านการเงิน การดำเนินงาน และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับ องค์กรและสภาพแวดล้อม การบริหารความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล และระบบการติดตาม โดยมีการซักถามประเด็นต่างๆ ตามแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในจากฝ่ายบริหารแล้ว คณะกรรมการบริษัท มีมติเห็นชอบว่า บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในและการติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างเพียงพอมีระบบการควบคุมภายใน เรื่อง การทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งกับบุคคลดังกล่าวอย่างเพียงพอ และรัดกุม คณะกรรมการบริษัท ยังให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในของทุกกระบวนการ โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่ของฝ่ายงานและตำแหน่งงานต่างๆ พร้อมทั้งมีการกระจายอำนาจโดยกำหนดอำนาจดำเนินการของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนและเหมาะสม เพื่อถ่วงดุลอำนาจในการปกป้องรักษา เงินทุนของผู้ถือหุ้น สินทรัพย์ของบริษัทฯ อีกทั้งกำหนดให้มีระบบการควบคุมภายใน ครอบคลุมถึง การรายงานทางการเงิน การปฏิบัติการ การดูแลรักษาทรัพย์สิน การดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และในการติดตามคณะกรรมการบริษัท มีการมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบ สอบทานผลการตรวจประเมินระบบการควบคุมภายใน เพื่อมุ่งเน้นให้ระบบการควบคุมภายในเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ เพียงพอและเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการดูแลรักษาทรัพย์สิน และการใช้ทรัพยากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันความเสียหายหรือการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น

      5.25 การตรวจสอบภายใน

      คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้จัดตั้งฝ่ายตรวจสอบภายในภายในบริษัทฯ และรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ โดยฝ่ายตรวจสอบภายในสามารถปฏิบัติงานได้อย่างอิสระ เที่ยงธรรม ตามที่จรรยาบรรณ และปณิธานของฝ่ายตรวจสอบภายในกำหนดไว้ ทั้งนี้โดยได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์ ภารกิจหลัก ขอบเขตการปฏิบัติงาน อำนาจหน้าที่ และหน้าที่ความรับผิดชอบไว้ในกฎบัตรของฝ่ายตรวจสอบภายใน ซึ่งได้รับอนุมัติจากประธานกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งมีการประเมินความเพียงพอและความมีประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งความเสี่ยงต่างๆ ภายในองค์กร สำหรับปี 2555 สรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้

      1. การพัฒนางานตรวจสอบให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
        • โดยเน้นการให้บริการให้ความเชื่อถือ (Assurance Serveice) และการให้คำปรึกษา (Consulting Service) อย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทฯ
        • จัดทำแผนงานตรวจสอบประจำปีตามแนว Risk - Based Audit Plan และปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน (Standard for the Professional Practice of Internal Auditing) ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ (Compliance Audit)
        • เน้นการให้ข้อเสนอแนะเชิงป้องกัน (Proactive Preventive Audit)
      2. การพัฒนาผู้ตรวจสอบภายใน

        จัดให้มีการทดสอบความรู้ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน (Standard for the Professional Practice of Internal Auditing) และส่งเสริมให้ผู้ตรวจสอบภายในพัฒนาตนเองด้วยการสอบวุฒิบัตรทางวิชาชีพตรวจสอบหรือวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานตรวจสอบภายในรวมทั้งส่งเสริมให้ศึกษาต่อในวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

      5.26 ค่าสอบบัญชี

      บริษัทฯ และบริษัทย่อยจ่ายค่าสอบบัญชีให้กับบริษัท สำนักงานเอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชี ประจำปี 2555 รวมทั้งบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัดในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา มีจำนวนเงินรวม 3,130,000 บาท

      ทั้งนี้ บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่มีความสัมพันธ์ หรือส่วนได้เสียใดๆ กับบริษัทฯ / ผู้บริหาร / ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว และผู้สอบบัญชีมีความเป็นอิสระ มีคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ รวมทั้งเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

      ค่าสอบบัญชี ประจำปี 2555

      1. ค่าสอบบัญชีงบการเงินเฉพาะบริษัทและงบการเงินรวม 1,930,000 บาท
      2. ค่าสอบบัญชีประจำปีและรายไตรมาส ของบริษัทย่อย จำนวน 4 บริษัทและงบการเงินรวม 1,200,000 บาท
      3. ไม่มีค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือจากจากค่าสอบบัญชี ประจำปี 2555

      รวมค่าสอบบัญชี บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยทั้งหมด 3,130,000 บาท

      บริษัท ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 รวม
      บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) 310,000 310,000 310,000 1,000,000 1,930,000
      บริษัท หาดใหญ่ นครินทร์ จำกัด 40,000 60,000 40,000 350,000 490,000
      บริษัท ศุภาลัย อิสาน จำกัด 30,000 50,000 30,000 200,000 310,000
      บริษัท ศุภาลัย พรอพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด 20,000 40,000 20,000 120,000 200,000
      บริษัท ภูเก็ต เอสเตท จำกัด 20,000 20,000 20,000 140,000 200,000
      รวม 420,000 480,000 420,000 1,810,000 3,130,000